ย่อยเรื่อง “ดิจิทัลโทเคน” ให้เก็ทง่ายใน 3 นาที 

ดิจิทัลโทเคน (Digital Token) เป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับน้อง ๆ บางคน และ อาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับน้อง ๆ บางคน ดังนั้นพี่ยูโรเลยอยากมาย่อยเรื่องดิจิทัลโทเคนให้น้อง ๆ เข้าใจง่าย ใน 3 นาที แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง พี่อยากให้น้องทุกคนเข้าใจก่อนว่า ดิจิทัลโทเคน คือ สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่ง (คนละแบบกับคริปโทเคอร์เรนซีนะ แต่ จัดเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเหมือนกัน)  

 

รู้จักกับดิจิทัลโทเคน 

ดิจิทัลโทเคน จัดเป็นหน่วยอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อ “กำหนดสิทธิ” ของผู้ถือดิจิทัลโทเคนว่าจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามกฎหมายไทย 

  1. ดิจิทัลโทเคนเพื่อการลงทุน (Investment Token) 

ผู้ออก Token หรือ ผู้ขอระดมทุน จะกำหนดสัดส่วนรายได้และกำไร ให้กับผู้ซื้อ ซึ่งก็คล้าย ๆ กับหุ้นนั่นแหละ พี่ยูโรจะอธิบายให้เห็นภาพ ในหัวข้อถัดไป 

    2. ดิจิทัลโทเคนเพื่อใช้ประโยชน์ (Utility Token) 

ผู้ถือดิจิทัลโทเคนจะได้ใช้สิทธิในสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่น ๆ เหมือนกับเวลาเราซื้อคูปองที่ศูนย์อาหารแห่งหนึ่ง เราก็สามารถใช้คูปองนั้นเลือกซื้อของที่เราอยากกินได้เลย อารมณ์เหมือนใช้ดิจิทัลโทเคน จับจ่ายซื้อของ  

 

ดิจิทัลโทเคน ทำผ่านกระบวนการ ICO ไม่ใช่ IPO

ดิจิทัลโทเคน ร่วมลงทุน หรือ ซื้อ-ขาย ผ่านกระบวนการ ICO หรือ Initial Coin Offering นะ ไม่ใช่ IPO (IPO คือ การเสนอขายหุ้นครั้งแรก) 

ICO หรือ Initial Coin Offering เป็นการระดมทุนรูปแบบหนึ่ง (คล้ายหุ้น) แต่ใช้เทคโนโยลีบล็อกเชนเข้ามาช่วย ทำให้ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่าง ก.ล.ต. ดังนั้นบริษัทที่เปิดขอระดมทุน ก็ไม่ต้องจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน , หรือต้อง มีกำไรสุทธิ 2 - 3 ปีล่าสุด รวมกันมากกว่า 50 ล้านบาท (สำหรับเข้า SET) หรือ จะต้องมีกำไรสุทธิในปีล่าสุดมากกว่า 10 ล้านบาท (สำหรับเข้า mai)

แต่จะมีคนหรือหน่วยงานกลาง ที่ทำหน้าที่เป็น ผู้ให้บริการระบบเสนอขายดิจิทัล (ICO Portal) ถ้าให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็เหมือนกับ Bitkub (Bitkub คือ ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ทำหน้าที่เข้ามาดูแลการซื้อ-ขาย ในการใช้เงินบาทซื้อคริปโทเคอร์เรนซี และ แลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีของคนไทย)  

หลักการของดิจิทัลโทเคน ในรูปแบบ Investment Token

ผู้ซื้อ จะได้รับ “ดิจิทัลโทเคน” สามารถรับสิทธิของตัวเองได้ เช่น มีสิทธิในการประชุม , มีสิทธิในการได้รับ Token ปันผล ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ระดมทุม ว่าเขามีกฎ หรือ ให้สิทธิอะไรให้กับผู้ซื้อบ้าง

 

ข้อดีคือ…

  • ผู้ขอระดมทุน สามารถขอระดมทุนได้ง่าย โดยเฉพาะธุรกิจ Start-Up เล็ก ๆ ที่ต้องการเงินทุน
  • ผู้ซื้อมีตัวเลือกที่หลากหลาย สามารถลงทุนให้เข้ากับไลฟ์สไตล์หรือสิ่งที่ตัวเองชอบได้
  • สามารถระดมทุนได้ทั่วโลก และ สามารถทำธุรกรรมข้ามประเทศได้
  • ทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ธุรกรรมในสินทรัพย์ จะมีความปลอดภัยสูง และมีการให้ผลตอบแทนอย่างตรงไปตรงมา เพราะถูกล็อกด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน และ สัญญาอัจฉริยะ หรือ Smart Contract

 

ข้อเสีย คือ…

  • บางบริษัทที่มาขอระดมทุน อาจจะไม่มีผลการดำเนินงานให้เราเห็น และ ถ้าเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ก็จะไม่มีผลประกอบการย้อนหลังให้เราเห็นหรือตรวจสอบ
  • มีความเสี่ยงสูง ทั้งในด้านของการมีความรู้ไม่เพียงพอ การถูกหลอกให้ลงทุน แชร์ลูกโซ่ และในเรื่องของราคา เป็นต้น

 

เมื่อการลงทุนเข้าสู่รูปแบบ Digital มากขึ้น ทำให้น้อง ๆ มีตัวเลือกที่หลากหลายในการลงทุน เพราะไลฟ์สไตล์ของน้อง ๆ มักจะจดจ่ออยู่กับมือถือ และ สื่อ Social เป็นหลัก ดังนั้นการมี ดิจิทัลโทเคน เข้ามา ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นภายในไม่กี่คลิก! แต่อย่าลืมว่า “ทุกการลงทุน” มีความเสี่ยง ดังนั้นน้องคนไหนที่ยังไม่มั่นใจ ยังไม่เข้าใจ ยังไม่มีความรู้ ต้องศึกษาให้ดี ไม่งั้นจากสถานะ “ผู้ได้ประโยชน์” จะเป็น “ผู้เสียประโยชน์” แทนนะ 

 

ปูพื้นฐานเรื่อง Blockchain เข้าไปอ่านบทความ “เรื่องของ Blockchain ที่ควรรู้ไว้ ก่อนตัดสินใจลงทุน!” 

 

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

{

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุกกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้มีการใช้งานคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้
ไม่ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้