ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม?

 

ในยุคที่น้อง ๆ เกือบทุกคนผันตัวเป็นพ่อค้า – แม่ค้าออนไลน์  ไม่ว่าจะขายอะไร รับมาหรือผลิตขายเอง ฯลฯ พี่ชิปปี้ก็ไม่อยากให้น้องหลงลืมว่า การ ขายของออนไลน์ นั้น “ต้องเสียภาษี” ด้วย ถ้าหากไม่ศึกษาให้ดี ระวังอนาคตอาจจะโดนเรียกเก็บภาษีภายหลังจนอ่วม 

 

ก่อนอื่นต้องรู้ว่า เราเสีย ภาษีขายของออนไลน์ แบบใด

ปกติ ประเภทของภาษีจะถูกแบ่งออกมาได้ 6-7 ประเภท แต่ภาษีที่พ่อค้า – แม่ค้า ขายของออนไลน์ ต้องรู้จัก หลัก ๆ 

มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่

• ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา =  กรณีที่น้อง ๆ ขายของออนไลน์ แบบไม่ได้จดทะเบียนอะไร เช่น ขายคนเดียว หรือ รวมตัวกันหลายคน แต่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญแบบไม่จดทะเบียน ก็จะเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดาเหมือนกัน เพราะยังไม่ได้มีการจดทะเบียน ถือว่า ยังไม่มีสภาพบุคคลตามกฎหมาย

• ภาษีเงินได้นิติบุคคล = กรณีที่น้อง ๆ จดทะเบียนองค์กรธุรกิจตามกฎหมาย เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฯลฯ องค์กรที่มีการจดทะเบียนแล้ว ตามกฎหมายจะมีสภาพเป็นนิติบุคคล เหมือนคนกลุ่มนั้นเป็นคนเดียวกัน มีรายได้รายจ่ายกระเป๋าเดียวกัน แบบนี้เลยจะต้อง เสียภาษี เงินได้แบบนิติบุคคลแทน

 

ยอดขายของออนไลน์ที่ต้องเสียภาษี

บางคนอาจจะสงสัยว่า ต้อง เสียภาษี ทุกคนไหม? ถ้าต้อง จ่ายภาษี ทุกคน แต่ขายไม่ได้ แบบนี้ก็ขาดทุนล่ะสิ ? พี่ชิปปี้จะบอกว่า ทุกคนที่ขายออนไลน์ควร ยื่นภาษี ทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องจ่ายภาษี

คนที่ต้องจ่ายภาษี คือ คนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่รัฐกำหนด ซึ่งเกณฑ์ที่ต้องจ่ายก็จะแตกต่างกันไปตามภาษีแต่ละประเภท น้อง ๆ ส่วนใหญ่คงขายแบบบุคคลธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าใน 1 ปี น้องสามารถ ขายของออนไลน์ ได้มีรายได้เกิน 60,000 บาท น้องจะต้องยื่นภาษี e-Payment ซึ่งเป็นภาษี ขายของออนไลน์ โดยเฉพาะ ส่วนการจ่ายภาษียังคิดตามขั้นบันไดภาษีของบุคคลธรรมดา ถ้าตลอด 1 ปีมีรายได้ไม่ถึง 150,000 บาทก็ยังไม่ต้องจ่ายภาษีของรายได้ที่เกิดในปีนั้น

 

วิธีการคำนวณภาษี สำหรับการขายของออนไลน์

วิธีคำนวณภาษี สำหรับน้อง ๆ ที่ขายของออนไลน์สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วย 2 วิธีนี้

 

วิธีที่ 1 

รายได้ของน้อง ๆ – ค่าใช้จ่าย – ค่า ลดหย่อนภาษี x อัตราภาษี = ภาษีที่น้อง ๆ ต้องจ่าย

 

ซึ่งอัตราภาษีดูได้จากตารางนี้ 

รายได้สุทธิต่อปี

อัตราภาษี

0 - 150,000

*ได้รับการยกเว้นภาษี*

150,001 - 300,000

5%

300,001 - 500,000              

10%

500,001 - 750,000

15%

750,001 - 1,000,000

20%

1,000,001 - 2,000,000

25%

2,000,001 - 5,000,000

30%

5,000,001 บาทขึ้นไป

35%

 

สำหรับค่า ลดหย่อนภาษี เช่น กองทุนและประกันต่าง ๆ ซึ่งถ้าน้อง ๆ ไม่มี ก็ตัดเงินจำนวนนี้ออกไป 

 

สิ่งสำคัญ อยากให้จำไว้ คือ ถ้ารายได้ของน้อง ๆ ไม่ถึง 150,000 บาทก็ไม่ต้องเสีย แต่ย้ำว่า ยังต้องยื่นเอกสารอยู่นะ!

 

วิธีที่ 2 

เป็นวิธีการเหมาจ่ายภาษี สำหรับน้อง ๆ ที่มียอดขายเกิน 1,000,000 บาทต่อปีขึ้นไป

เงินได้ x 0.5% = ภาษีแบบเหมาจ่ายที่น้อง ๆ ต้องจ่าย

 

ก่อนที่น้อง ๆ จะยื่น เสียภาษี ทุกครั้ง พี่ชิปปี้ก็อยากให้น้องลองคำนวณภาษีตามวิธีทั้ง 2 แบบแล้วเอามาเทียบกันดูว่า แบบไหนช่วยให้น้อง ๆ จ่ายภาษีน้อยกว่า เพราะไหน ๆ ก็เสียแรงเสียเวลาขายของออนไลน์กันมาเต็มที่ จะได้คุ้มค่าและมีเงินเก็บเยอะขึ้นกว่าเดิมเนอะ 

 

ส่วนน้องคนไหนที่กำลังทำความเข้าใจกับเรื่องนี้อยู่ ไม่ควรพลาด! รีบปักหมุดไว้ให้ดี รอบหน้าพี่ชิปปี้จะสอนวิธีการเตรียมตัวจัดการ ภาษีขายของออนไลน์ แบบละเอียด แต่เข้าใจง่ายกัน

 

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (3)

{

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุกกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้มีการใช้งานคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้
ไม่ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้