เตรียมสอบหมอ ขอ 1 ปี...คุยกับว่าที่หมอ “จ๊อบ ภาวิช พิทักษ์กิจนุกูร” อันดับ 1 กสพท.

 

พี่รู้ น้องเหนื่อย 

เลยพาน้อง ๆ AFTERKLASS มาจิบความรู้ บูสท์ความฟิต ปลุกไฟในตัวให้ลุกโชน เตรียมพร้อมสอบเข้าคณะแพทย์ ไปกับพี่จ๊อบ ภาวิช พิทักษ์กิจนุกูร อันดับ 1  คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รอบ กสพท.

 

หลังจากพารากราฟนี้เป็นต้นไป น้องจะพบกับเทคนิคการเตรียมความฟิตก่อนสอบ อ่านวิชาอะไรก่อน? เรียนพิเศษอะไรบ้าง? ตะลุยสนามรบข้อสอบเก่า-ใหม่ยังไง? อย่าให้การใส่เสื้อกาวน์เป็นแค่ความฝัน ไปอ่านแล้วฟิต พร้อม ๆ กันเลย 

 

รู้จักจ๊อบก่อนฟิตเข้าแพทยศาสตร์กัน

จ๊อบ ภาวิช พิทักษ์กิจนุกูร ที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลับ รอบ กสพท ปี 2563 พี่สอบได้ GAT 300 เต็ม คะแนนรวม กสพท. + 9 วิชาสามัญ 86.4709 

 

รู้ตัวเองช้าใช่ว่าจะหมดหวัง ในการเตรียมสอบแพทย์

พี่เป็นคนรู้ตัวเองช้านะ กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองอยากเรียนหมอ ก็ช่วง ม.5 ปิดเทอม กำลังจะขึ้น ม.6 พอรู้ว่าอยากเรียนปุ๊บ พี่ก็พุ่งเข้าชนเลย (เราต้องมีเลือดนักสู้ในตัว) พี่ไม่ตั้งคำถามว่าจะเตรียมตัวทันมั้ย ต้องอ่านอะไรบ้าง พี่ไม่ทำ แต่…พี่จะมานั่งจัดตาราง บริหารเวลาเลยว่า ใน 1 ปีที่เหลือก่อนสอบเนี่ยจะทำอะไรบ้าง จะเรียนพิเศษมั้ย ถ้าเรียน จะเรียนอะไร ที่ไหน จะอ่านอันไหนก่อนหลัง

 

ใน 1 ปีที่เหลือนี้ พี่แบ่งเวลาออกเป็น 4 ช่วง 

 

              1. ช่วงปิดเทอม (มีนา - พฤษภา) 

              2. ช่วงเปิดเทอม 1 (มิถุนา - กันยา)

              3. ช่วงก่อนปีใหม่ (ตุลา - ธันวา) 

              4. ช่วงหลังปีใหม่ (มกรา - ช่วงสอบ)

 

มารีวิวตารางในแต่ละช่วงเพื่อเตรียมสอบแพทย์ของพี่เลย

ช่วงปิดเทอม : ขอเรียกว่า ช่วงหา “ตัวช่วย” แล้วกัน 

ช่วงนี้พี่จะใช้เวลากับตัวช่วย นั่นคือ “การเรียนพิเศษ” วิชาเลข-ฟิสิกส์-เคมี 

ทำไมต้อง 3 วิชานี้ ?

ที่ต้องเป็น 3 วิชานี้เพราะเป็นวิชาที่เน้นความเข้าใจมากกว่าท่องจำ หัวใจสำคัญของสามวิชานี้คือ ใช้ Skill เยอะมาก ต้องหมั่นฝึกฝนทำโจทย์ ฝึกคิด ฝึกตีความ ค่อย ๆ ใช้เวลา ทำความรู้จักกับสูตร และวิเคราะห์คำถาม พอเราใช้เวลาอยู่กับเขามาก ๆ เราก็จะรู้ใจโจทย์ และคิดได้เร็วขึ้น (เหมือนแฟนเลยเนอะ) 

 

การจัดเวลาเรียนพิเศษแบ่งออกเป็น 2 ช่วง

ช่วงเช้า และ ช่วงบ่าย ใช้เวลากับ 2 วิชาใน 1 วัน เพื่อไม่ให้สมองล้าจนเกินไป รวมถึง ถ้าเราอัดแน่นหลาย ๆ วิชาในวันเดียว จะทำให้เราทบทวนไม่ทัน กลายเป็นว่า เรียนเยอะนะ แต่รับได้ไม่สุด 

 

กลับบ้านมา 

พี่จะพักผ่อนสมองให้เรียบร้อย แล้วมาทบทวนบทเรียน เทคนิคของพี่คือ เรียนจบ อ่านจบ จะต้องทบทวนภายใน 24 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นจะลืมเนื้อหาไปเกือบ 80% เลย (พี่ไม่รู้ว่าน้องเป็นแบบนี้หรือเปล่า) 

 

จบเลข-ฟิสิกส์-เคมี ต่อด้วยความถนัดแพทย์ 

วิชาความถนัดแพทย์ ส่วนนี้พี่ใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะใช้คะแนนถึง 30% ถ้าพลาดไปทีนึงคือคะแนนจะหายไปเยอะเลย (โดยเฉพาะพาร์ทเชื่อมโยง) พี่จะใช้วิธีเรียนพิเศษ และซื้อหนังสือตามท้องตลาดมาฝึกทำ ลองไปสำรวจร้านหนังสือบ่อย ๆ เล่มไหนเข้าตา ก็ซื้อเล่มนั้นมาเลย เป็นการลงทุนที่ไม่เสียหาย ไม่มีความเสี่ยง เพราะคนที่ได้รับประโยชน์นั่นคือตัวน้องเอง

 

“ไม่ว่าอ่านอันไหนก่อน-หลัง สิ่งสำคัญคือต้องบริหารเวลาให้เป็น และหมั่นทบทวนสิ่งที่ได้เรียนมาทุกครั้ง 

ไม่เช่นนั้น เราจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย”

 

ช่วงเปิดเทอม 1 : กอดไว้ทุกทาง แล้วบริหารให้เป๊ะ

ช่วงนี้จะมีเวลาอ่านหนังสือจะน้อยลงมาก ๆ เพราะเปิดเทอมแล้ว ต้องโฟกัสเนื้อหาที่เรียน การบ้านที่เข้ามาแบบไม่หยุดหย่อน กิจกรรม และงานกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งพี่ไม่อยากให้ทิ้งตรงนี้ เพราะทุกอย่างสำคัญหมด เราจึงต้องกอดทุกทางเอาไว้ 

ทริคของพี่ก็คือ…พี่จะพยายามเคลียร์งานกับการบ้านให้เร็วขึ้นตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียนเลย กลับบ้านไปจะได้มีเวลาอ่านหนังสือ 

 

ช่วง 2 ทำอะไรเพื่อเตรียมสอบแพทย์

  • เรียนชีวะและความถนัดแพทย์ต่อ จะเรียนเสร็จก็ช่วงเดือนสิงหาคม
  • หลังเรียนชีวะและความถนัดแพทย์เสร็จ จะไปอ่านหนังสือวิชาภาษาไทยและสังคม
  • ไม่ทิ้งวิชาภาษาอังกฤษ มีเวลาว่างก็จะเปิดอ่าน คะแนนของพาร์ทอังกฤษถือว่าหินอยู่นะ 

 

ช่วงก่อนปีใหม่ : ช่วงนี้ก็จะแน่น ๆ หน่อยนะน้องนะ

เพราะจะฝึกทำโจทย์เยอะมาก ทริคของพี่คือ ต้องทำข้อสอบไม่ต่ำกว่า 2,000 ข้อ ถึงจะเข้าขั้น “ชำนาญ”

  • แบ่งเวลาอ่านหนังสือวันละ 2 วิชา วิชานึงประมาณ 1.30 - 2 ชั่วโมง วิชาที่อ่านก็จะแบ่งเป็นวิชาคำนวณ กับวิชาท่องจำสลับ ๆ กันไปให้ครบใน 1 สัปดาห์
  • ทริค : ฝึกทำโจทย์เลขทุกวัน วันละ 5-10 ข้อก็ได้ แต่อยากให้ทำทุกวัน เพราะอย่างที่น้อง ๆ รู้ว่าเลขน้ำหนักคะแนนเยอะมาก ๆ (14%) ถึงจะเท่ากับภาษาอังกฤษก็จริง แต่อังกฤษมี 80 ข้อ ในขณะที่เลขมีแค่ 30 ข้อ แสดงว่าน้ำหนักต่อข้อของเลขมากกว่าอังกฤษเกือบ 3 เท่าเลย อยากให้เน้นเยอะ ๆ จะได้ไม่พลาดในห้องสอบ
  • เน้นทำข้อสอบใหม่ ยังไม่ต้องทำข้อสอบเก่า และยังไม่ต้องจับเวลา เพราะว่า ถ้าทำไปก่อนแล้วเห็นข้อสอบไปแล้ว ตอนที่ต้องจับเวลาทำโจทย์ น้องจะได้คะแนนเยอะกว่าความเป็นจริง

 

ช่วง 4 ซบหาโจทย์เก่า + จับเวลาจริง เพื่อให้พร้อมสุด ๆ ในการเตรียมสอบแพทย์

มาเข้าสู่สนามรบกันเลย

  • ปริ้นท์กระดาษคำตอบมาฝนจริง ๆ
  • เวลาที่จับ อยากให้น้อยกว่าเวลาจริง 5 - 10 นาที เพราะเวลาฝึกที่บ้านจะมีสมาธิมากกว่าในห้องสอบ เพราะในห้องสอบ อาจมีเสียงรบกวนเช่น เสียงก่อสร้าง เสียงปากกาตก เสียงเพื่อนพลิกกระดาษ (เวลาเพื่อนพลิกมันลนจริง ๆ นะ)
  • ทำโจทย์แล้วติดเนื้อหาไหน ให้ย้อนกลับไปอ่านเนื้อหาตรงนั้นเป็นจุด ๆ ไป
  • จำลองสถานการณ์ สอบวิชาไหนก่อน สอบช่วงเวลาไหน จัดสนามสอบตัวเองขึ้นมา แล้วลุย เช่น สอบคณิตศาสตร์พื้นฐานเช้า สอบเคมีตอนบ่าย เราก็จำลองสอบวิชานั้น ๆ ตามเลย อย่างตอนบ่ายสมองเราจะเริ่มล้า เริ่มง่วง การจำลองนี้จะทำให้เรารู้ว่า เราจะจัดการกับสิ่งกวนใจ และ ปรับสมองให้ชินยังไง
  • ฟิตสมองพร้อมรบมา 1 ปีแล้ว ก่อนสอบ 1 สัปดาห์เคลียร์สมองให้โล่ง นอนให้พอ พร้อมในวันสอบจริง

และนี่ก็เป็นเทคนิคของพี่ บางคนอาจจะมองว่าหนักไป (แน่สิ พี่รู้ตัวช้า) แต่พี่ว่ามันเวิร์กนะ ใครที่รู้ตัวเองแล้ว จะยืดหยุ่นเวลาก็ได้ แต่สำหรับใครที่รู้ตัวช้าแบบพี่ ลองเอาไปปรับใช้ดูได้นะครับ 

 

สุดท้ายพี่อยากบอกน้องว่า…

 

“การที่เราจะได้อะไรบางอย่างมา ย่อมต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างเสมอ ความสำเร็จไม่ได้ได้มาในชั่วข้ามคืน แต่พี่เชื่อว่าถ้าน้อง ๆ ทุกคนมีความมุ่งมั่น พยายามอย่างสม่ำเสมอ และรับผิดชอบต่อความฝัน น้องทุกคนสามารถนำความฝันนั้นมาทำเป็นความจริงได้แน่นอน”

 

หลังจากพี่จ๊อบย่างก้าวเข้ามหาวิทยาลัย เขาจะเรียนอะไรบ้างนะ ข้อสอบหินแค่ไหน คลิกที่รูปเพื่อเข้าไปอ่าน 

“ตามติดชีวิตนักเรียนหมอปี 1 เทอม 1 กับจ๊อบ ภาวิช”

 

 

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (1)

{

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุกกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้มีการใช้งานคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้
ไม่ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้