หลายคนมีความฝัน แต่การจะทำฝันให้เป็นจริงนั้นประกอบไปด้วยหลายอย่าง ตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย แบ่งเวลา และมีวินัยในการทำความฝันนั้นให้เป็นจริง ในบทความนี้จะมาพูดถึง 3 เทคนิคที่ทำให้เราพิชิตเป้าหมายที่ต้องการค่ะ

 

 

1. เทคนิคการตั้งเป้าหมาย

ดร. เกล แมทธิวส์ ศาสตราจารย์ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยโดมินิกันแห่งแคลิฟอร์เนียได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการเขียนเป้าหมาย ปรากฏว่ากลุ่มที่เขียนเป้าหมายลงไปนั้น ทำเป้าหมายได้สำเร็จมากกว่ากลุ่มที่ไม่เขียน 

หมอจึงอยากแนะนำให้น้อง ๆ เขียนเป้าหมายลงไปเป็นตัวอักษร เพราะเป็นการจัดระเบียบความคิด ทำให้เรามองเห็นความฝันของเรา และมีแรงบันดาลใจเพื่อทำฝันให้เป็นจริงมากขึ้น

 

ในวัยเรียน เป้าหมายส่วนใหญ่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเรียนหรือการสอบ เทคนิคที่พี่หมอใช้ก็คือการเอาตารางสอนและประมวลรายวิชา (Course Syllabus) มานั่งดูตั้งแต่ต้นเทอม เพื่อดูว่าแต่ละวิชาจะเรียนอะไรบ้าง มีสอบวันไหนบ้าง มีเก็บคะแนนจากการทำงานและการสอบเป็นสัดส่วนเท่าไหร่

จากนั้นเขียนวันสำคัญต่าง ๆ ลงไปในปฏิทินของเรา การรู้ว่าจะสอบกลางภาคหรือปลายภาควันไหน ต้องส่งรายงานเมื่อไหร่ จะทำให้เราเตรียมตัวได้ดีขึ้น 

 

เมื่อเห็นภาพรวมของทั้งเทอมแล้ว ให้จัดตารางอ่านหนังสือรายวันและรายสัปดาห์ ช่วงที่ยังไม่ใกล้สอบ อาจแบ่งเวลาทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ แต่ถ้าใกล้สอบอาจจะต้องโฟกัสกับวิชาที่เราตั้งใจจะทำเกรดให้ดี

คนที่มีเป้าหมายจะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้างเป็นขั้นตอน และสามารถตัดสิ่งที่ไม่ส่งเสริมให้ไปสู่เป้าหมายออก เช่น ถ้าเรารู้ตัวว่าอยากสอบเข้าคณะอะไร เวลาเพื่อนมาชวนไปเที่ยว เราจะไม่ไปทุกครั้งที่เขาชวน เพราะอาจเสียเวลาอ่านหนังสือและทำให้เราออกห่างจากเป้าหมายที่หวังไว้

 

 

2. เทคนิคการแบ่งเวลา

ทักษะการแบ่งเวลาเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตและจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกช่วงวัย ในวัยเรียน การแบ่งเวลาให้เหมาะสมจะทำให้น้อง ๆ ทำแต่ละด้านของชีวิตได้สมดุล ไม่หนักด้านใดด้านหนึ่งจนเกินไป เช่น เรียนอย่างเดียวโดยไม่สังสรรค์กับเพื่อนเลย หรือใช้เวลาไปกับอย่างอื่นจนละเลยการเรียน

 

มีเทคนิคการแบ่งงานออกเป็น 4 ประเภทที่พี่หมอชอบมาก ซึ่งถูกคิดค้นโดยไอเซนฮาวเวอร์ (Eisenhower) โดยแบ่งงานตามความด่วนและความสำคัญดังตารางต่อไปนี้

 

ความด่วน/ความสำคัญ

สำคัญ

ไม่สำคัญ

ด่วน

สิ่งที่สำคัญและด่วน

- การสอบที่ใกล้จะมาถึง

- การกำหนดส่งรายงาน

- การเตรียมนำเสนองานสำหรับวันพรุ่งนี้

สิ่งที่ไม่สำคัญ แต่ด่วน

- การตอบอีเมลอาจารย์

- การประชุมงาน

- การเขียนรายงานที่ต้องส่งเร็ว ๆ นี้

ไม่ด่วน

สิ่งที่สำคัญ แต่ไม่ด่วน

- การวางแผนอ่านหนังสือ

- การออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ

- การใช้เวลากับครอบครัว

สิ่งที่ไม่สำคัญและไม่ด่วน

- การเล่นโซเชียลมีเดีย ดูทีวี

- การเม้าท์กับเพื่อน

- การชอปปิ้ง

หมายเหตุ กิจกรรมในแต่ละช่องอาจสลับกันได้แล้วแต่บุคคล

 

ช่องที่ 1 เป็นงานที่ต้องทำก่อนเพราะทั้งสำคัญและด่วน

ช่องที่ 2 แม้อาจไม่สำคัญมากนักแต่เนื่องจากเวลาที่กระชั้นชิดทำให้ต้องทำส่งตามกำหนด

ช่องที่ 3 นั้นเป็นช่องที่ไม่ด่วนจึงอาจทำให้บางคนละเลยได้ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต จึงควรจัดเวลาทำกิจกรรมเหล่านั้นอย่างสมดุล 

ช่องที่ 4 แม้ว่าจะไม่ด่วนและไม่สำคัญ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าให้เลิกทำสิ่งเหล่านั้น กิจกรรมในช่องนี้สามารถทำได้ช่วงพักผ่อนหย่อนใจ จึงควรจำกัดเวลาให้เหมาะสม อย่าใช้เวลาในช่องนี้มากเกินไปจนไม่มีเวลาไปทำช่องอื่นที่สำคัญ

 

 

3. เทคนิคการฝึกวินัยในตนเอง

ความเป็นคนมีวินัยในตัวเองหมายถึง ความสามารถที่จะควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในยุคเทคโนโลยีที่มีสิ่งยั่วยุรอบกายทำให้เราเสียสมาธิและวอกแวกได้ตลอดเวลา การเป็นคนมีวินัยนั้นดูเหมือนจะยากขึ้นไปทุกที 

 

ในหัวข้อนี้จะพูดถึง 3 ข้อที่จะช่วยให้น้อง ๆ เป็นคนมีวินัยมากขึ้นค่ะ

3.1 มีเหตุผลที่มากเพียงพอที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง

หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Strong Why เมื่อเรามีเหตุผลที่จะทำอะไรบางอย่าง เราจะมีความตั้งใจในการทำสิ่งนั้น เช่น บางคนตั้งใจที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งให้ได้เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่จบที่นั่น หรือบางคนอยากได้เกรด 4 วิชาที่ตัวเองชอบเพื่อเอาไปต่อยอดในการสมัครงาน ฯลฯ

 

3.2 ทำทีละอย่างจนกลายเป็นนิสัย

พฤติกรรมที่เราทำเป็นประจำจนกลายเป็นนิสัยจะช่วยลดระยะเวลาในการคิดที่จะทำ เช่น ตอนที่หมออยู่ชั้นมัธยมปลายกำลังจะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากรับประทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ หมอจะอาบน้ำและอ่านหนังสือทันที การทำเช่นนี้ทุก ๆ วันทำให้หมอไม่ต้องคิดว่าจะอ่านดีหรือไม่อ่านดี จะดูยูทูปก่อนอ่านดีไหม เมื่อเราทำเป็นนิสัยแล้วจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันเหมือนการแปรงฟันตอนเช้าที่ทำโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องคิด

 

3.3 มีแผนรองรับสิ่งที่มายั่วยุ

เมื่อมีสิ่งที่มายั่วยุทำให้เราทำตามแผนไม่สำเร็จ หมออยากแนะนำให้น้อง ๆ มีแผนมารองรับสิ่งนั้น เช่น ถ้าเพื่อนชวนไปเที่ยวช่วงใกล้สอบแล้วเราตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือ อาจคิดคำปฏิเสธไว้ล่วงหน้า หรือวางแผนว่าเราจะไปกับเพื่อนแค่สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ถ้าหากวอกแวกอยากเปิดดูโซเชียลมีเดียระหว่างอ่านหนังสือ แผนของเราอาจจะเป็นการอนุญาตให้เล่นโซเชียลมีเดียได้เมื่อทำข้อสอบชุดนี้จบ เป็นการให้รางวัลตัวเอง หรือเล่นโดยจับเวลาไม่เกิน 10 นาที เป็นต้น

 

 

เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้น้อง ๆ วางแผนพิชิตเป้าหมายของตัวเองได้ เมื่ออยากทำฝันให้เป็นจริง ควรเขียนเป้าหมายนั้นลงไป รู้จักแบ่งเวลาอ่านหนังสือและแบ่งเวลาทำกิจกรรมอื่น ๆ และสุดท้ายฝึกตัวเองให้เป็นคนมีวินัยมากขึ้นเพื่อที่จะควบคุมพฤติกรรมตัวเองให้ทำตามแผนที่วางไว้ ลองทบทวนดูว่าเทคนิคไหนที่ใช้ได้ดีกับตัวเองและนำเทคนิคนั้นมาใช้ หมอขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเดินหน้าทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงค่ะ

 

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

{

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุกกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้มีการใช้งานคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้
ไม่ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้