ความผิดหวังเป็นสิ่งที่พบเจอได้ในทุกวัย ความผิดหวังในวัยเรียนก็มักเป็นเรื่องเรียน เพื่อน ครอบครัว ความรัก เช่น ผิดหวังที่สอบไม่ได้เกรดตามที่ตั้งใจไว้ ผิดหวังที่สอบไม่ติดในโรงเรียนที่ต้องการ ผิดหวังที่คนที่เราชอบไม่ได้ชอบตอบ ฯลฯ 

 

การรับมือกับความผิดหวังของแต่ละคนในแต่ละเหตุการณ์ย่อมแตกต่างกันไป บางคนสามารถรับมือกับความผิดหวังในบางเรื่องได้ดี แต่อีกเรื่องกลับเสียใจมาก วันนี้พี่จะมาพูดถึง 5 วิธี ที่จะช่วยรับมือกับความผิดหวังในวัยเรียนได้

 

 

1. อย่าปฏิเสธอารมณ์ของตัวเอง

 

ภาษาอังกฤษมีคำว่า “Embrace your feeling” ซึ่ง Embrace แปลว่า โอบกอด หรือหมายความว่าให้โอบกอดความรู้สึกของเราไว้ แต่คำว่าโอบกอดในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าโอบกอดไม่ให้ความรู้สึกไปไหน แต่หมายถึงการยอมรับความรู้สึกของตัวเอง

 

เป็นธรรมดาที่เมื่อคนเราผิดหวังจะรู้สึกเสียใจ บางคนอาจมีความรู้สึกโกรธปนอยู่ด้วย เช่น โกรธที่ตัวเองอ่านหนังสือไม่พอ, รู้สึกอิจฉาที่เห็นเพื่อนสอบติดแต่ตัวเองสอบไม่ผ่าน หรืออาจมีความรู้สึกเศร้าเมื่อผิดหวังในความรัก

 

ความรู้สึกเหล่านี้เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ อย่าปฏิเสธความรู้สึกเหล่านั้น เพราะมีงานวิจัยที่บอกว่าเมื่อมีความผิดหวังเกิดขึ้น การที่เรารับรู้ความผิดหวังผ่านความรู้สึกจะทำให้เราเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีกว่าการรับรู้ผ่านความคิด และครั้งหน้าจะทำให้แก้ปัญหาได้ดีกว่าการกลบความรู้สึกไว้

 

 

2. ฝึกเป็นคนมีความยืดหยุ่น 

 

ความยืดหยุ่นคือความสามารถที่จะกลับคืนมาในสภาพเดิมหลังจากถูกกระทบจากแรงภายนอก ลองนึกถึงหนังยางในสภาพปกติที่เป็นวงกลม แต่เมื่อเรายืดมันออกไป หนังยางจะอยู่ในรูปวงรี และเมื่อเราดีดโดยการปล่อยมันออกไปแล้ว หนังยางก็จะกลับคืนสู่รูปร่างวงกลมเหมือนเดิม

 

คนที่มีความยืดหยุ่นก็เช่นกัน เวลาเจอความผิดหวังหรือมีเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ ย่อมมีความเสียใจและมีอารมณ์ต่าง ๆ เข้ามา แต่เมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไปแล้ว คนที่มีความยืดหยุ่นจะสามารถกลับไปเป็นคนเดิม หรือร่าเริงปกติได้เหมือนเดิม 

 

บางครั้งเด็กที่เรียนดีอาจไม่เคยเจอกับความผิดหวังมาก่อน คล้ายคำที่ว่า “ผิดหวังไม่ได้ พ่ายแพ้ไม่เป็น” เมื่อเกรดตก หรือสอบไม่ติดก็จะส่งผลกระทบต่อจิตใจได้มาก อยากให้ฝึกเป็นคนมีความยืดหยุ่น เพราะในชีวิตจริงมีเรื่องอื่นที่ทำให้ผิดหวังเกิดขึ้นได้ หากมีทักษะนี้ติดตัวจะทำให้รับมือกับอนาคตได้ค่ะ

 

 

3. ระวังความคิดเกี่ยวกับความผิดหวังที่ไม่เกิดประโยชน์

 

เวลาผิดหวังอาจมีความคิดต่าง ๆ ที่วิ่งเข้ามาในหัว เช่น “แค่นี้ยังทำไม่ได้แล้วอนาคตจะไปทำอะไรได้” “อ่านหนังสือตั้งเยอะแล้ว ทำไมยังได้เกรดแค่นี้” ฯลฯ ความคิดเหล่านี้เป็นความคิดที่ไม่เกิดประโยชน์และจะยิ่งบั่นทอนจิตใจ

 

การผิดหวังในครั้งนี้ไม่ได้แปลว่าเราจะผิดหวังตลอดไป ลองเปลี่ยนความคิดที่บั่นทอนจิตใจเป็นความคิดสร้างแรงบันดาลใจแทน เราอาจเคยได้ยินคำว่า Growth Mindset หรือ ความคิดแบบเติบโต ซึ่งเป็นความคิดที่เชื่อว่าเราสามารถทำครั้งหน้าให้ดีขึ้นได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับ Fixed Mindset หรือ ความคิดแบบยึดติด ที่เชื่อว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ได้

 

ลองเปลี่ยนความคิดเป็น “ครั้งนี้ได้เกรดน้อยไม่เป็นไร เรายังมีการสอบครั้งหน้าให้แก้ตัวใหม่” หรือ “ถึงแฟนคนนี้จะทิ้งเราไป แต่ยังมีคนอีกตั้ง 7 พันล้านคนบนโลกใบนี้ ต้องมีสักคนที่ชอบเราจริง” จะทำให้เรามีความหวังมากขึ้นค่ะ

 

 

4. หาต้นแบบที่ผ่านการล้มเหลวมาแล้ว

 

การได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวชีวิตจริงของคนที่ผ่านการล้มเหลวมาแล้วจะทำให้เรามีกำลังใจที่จะก้าวข้ามผ่านความผิดหวังของตัวเองไปได้ ส่วนตัวหมอชอบอ่านหนังสือชีวประวัติ หรือฟังเรื่องราวจาก YouTube เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เพราะการที่เราได้ยินเรื่องราวเหล่านั้นจะช่วยเป็นแรงผลักดันให้เรา

 

ยกตัวอย่างเช่น นักร้องคนเล็กสุดของวง BTS ซึ่งเป็นบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีใต้ เขามีชื่อว่า จองกุก หมอได้มีโอกาสดูคลิปวิดีโอที่เขาไปออดิชั่นครั้งแรก ซึ่งตอนนั้นจองกุกไม่ได้ผ่านการคัดเลือก หากเราเป็นเขาในตอนนั้นคงรู้สึกผิดหวังและเสียใจ แต่ใครจะรู้ว่านั่นเป็นประตูเบิกทางให้เขาได้รับการทาบทามจากหลาย ๆ บริษัท และสุดท้ายก็ได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของวง BTS ที่โด่งดังมากในปัจจุบัน

 

การได้เรียนรู้ว่าจองกุกเองก็ผ่านความผิดหวังในอดีตมา ทำให้เราเห็นว่า สิ่งที่เราผิดหวังในวันนี้อาจทำให้เรามีอนาคตที่ดีในวันหน้าได้ ขนาดคนที่ประสบความสำเร็จมาก ก็ไม่ได้เดินบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาล้วนผ่านความยากลำบากมาแล้วทั้งสิ้น การที่เขาพยายามต่อไปแม้จะเจอกับความผิดหวังสามารถเป็นกำลังใจให้เราพยายามต่อไปในแบบของเราเช่นกัน

 

 

5. นำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการล้มเหลว มาพัฒนาตัวเองต่อไป

 

ตอนเรียนชั้นมัธยม หมอเคยนับว่าตั้งแต่ม.1 ถึงม.6 จะมีการสอบทั้งหมดกี่ครั้ง ถ้าหนึ่งเทอมมีการสอบกลางภาคและปลายภาค แปลว่าหนึ่งปีการศึกษามีการสอบทั้งหมด 4 ครั้ง ดังนั้นในระดับชั้นมัธยมจะมีการสอบทั้งหมดถึง 24 ครั้งเลยทีเดียว

 

ดังนั้น หากการสอบครั้งนี้ยังทำได้ไม่ดีนัก หมอจะบอกตัวเองว่า.. ยังมีครั้งหน้าให้แก้ตัวใหม่ ลองถามตัวเองว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากความผิดหวังครั้งนี้ และเราจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในครั้งหน้าได้อย่างไร ทำอย่างไรให้เป็นคนอ่านหนังสือได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องติวกับเพื่อนคนไหนหรือต้องเรียนพิเศษอะไรเพิ่ม การถามตัวเองแบบนี้จะทำให้เรารับมือกับความผิดหวังได้ดีขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการลงมือทำในครั้งหน้าค่ะ

 

 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับน้อง ๆ ทุกคนที่กำลังเผชิญกับความผิดหวังนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านมันไปได้และกลายเป็นคนที่มีทักษะในการจัดการกับความผิดหวังได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

 

Reference: Nelson N. Emotions Know Best: The Advantage of Emotional versus Cognitive Responses to Failure. Journal of Behavioral Decision Making (2017)

 

 

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (2)

{

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุกกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้มีการใช้งานคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้
ไม่ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้