รู้ไว้ก่อนทำประกันสุขภาพ Ep.1

 

พี่แอดมินเชื่อเลยว่า น้อง ๆ หลายคน คงไม่อยากจะรับโทรศัพท์จากผู้ขายประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตใช่มั้ยล่ะ ? เพราะอันดับแรก เราไม่รู้ว่าจะปฏิเสธเขายังไง จะขอตัววางสายอย่างไรไม่ให้น่าเกลียด แถมยังเกรงใจเขาอีกด้วยถ้าจะขอวางสายแบบกลางคัน ทั้ง ๆ ที่เขากำลังนำเสนออยู่! หรือในกรณีที่หนัก ๆ เราอาจจะต้องพบเจอกับความกดดันที่เขาพยายามจะปิดการขาย! เรียกได้ว่าคิดถึงทีไร ก็ต้องส่ายหน้าหนีตลอด 

 

แต่! น้อง ๆ เคยสงสัยหรือไม่ว่าการทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพมันดีอย่างไร ? มีความจำเป็นต่อชีวิตมากน้อยขนาดไหน ? ทำไมธุรกิจประเภทนี้ถึงยังมีอยู่ ทั้ง ๆ ที่พอเซลล์โทรมาเราก็ไม่อยากจะรับสายเลยสักครั้ง ซึ่งถ้าใครมีความสงสัยแบบนี้อยู่ล่ะก็ พี่แอดมินจะขออาสา พาไปหาคำตอบเอง!

 

การประกันภัย หรือ (Insurance) คืออะไร ?

ประกันภัย คือ การโอนความเสี่ยงภัยของเราไปยังบริษัทประกันภัย เพราะเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมา ทางบริษัทประกันภัยจะเป็นคนออกค่าเสียหายหรือชดใช้ค่าสินไหมแทนเรา ตามรายละเอียดความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยที่เราได้ทำไว้ โดยเราจะต้องเสียเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันภัยตามที่ตกลง

 

การทำประกัน แต่ละแบบไม่เหมือนกัน!

ประกันชีวิต 

คือ การชดเชยรายได้ที่ต้องสูญเสียไป อันเนื่องมาจากความตาย ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงหรือชราภาพ โดยบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัย

 

ประกันสุขภาพ 

คือ การประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล โดยส่วนใหญ่จะครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

 

ประกันสะสมทรัพย์ 

คือ ประกันที่ออมเงินไปด้วยและได้รับการคุ้มครองด้านชีวิตและทุพพลภาพ

 

ประกันวินาศภัย 

คือ การประกันภัยทุกประเภทที่นอกเหนือจากการประกันชีวิต โดยบริษัทประกันภัยตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับเรา หากทรัพย์สินที่ทำประกันภัยเอาไว้เกิดความสูญเสีย หรือเสียหายจากภัยต่างๆ ซึ่งความเสียหายนั้นสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ 

การประกันวินาศภัยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่…

1.การประกันอัคคีภัย

2.การประกันภัยรถยนต์

3.การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

4.การประกันภัยเบ็ดเตล็ด

 

นี่ยังไม่หมดนะ ยังมีประกันการท่องเที่ยว ที่เมื่อน้อง ๆ ไปเที่ยวต่างประเทศ ต้องทำเอาไว้ 

 

ซึ่งในบทความนี้ พี่แอดมินขอโฟกัสไปที่ “ประกันสุขภาพ” ก่อนนะ 

 

ประโยชน์ที่ได้จากการทำประกันสุขภาพที่น้อง ๆ ต้องรู้ 

1.ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งในรูปแบบฉุกเฉินหรือแบบปกติ

2.จะได้รับความสะดวกสบายในการเข้ารักษาจากโรงพยาบาลที่เราเลือกไว้ในกรมธรรม์

3.หมดความกังวลใจกับค่ารักษาพยาบาล ซึ่งถ้าเกินกับวงเงิน เราก็จ่ายเพียงแค่ส่วนต่างเท่านั้น 

4.สามารถเลือกเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ครบครัน

5.ได้รับเงินชดเชยรายได้ในขณะที่นอนรักษาตัว (แล้วแต่รายละเอียดของประกันแต่ละตัว)

 

เดี๋ยวก่อนอ่านให้ดี ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพมันต่างกันนะ ?

ประกันชีวิต

1.คุ้มครองในกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพ

2.ชำระค่าเบี้ยเป็นรายปี

3.เมื่อครบเวลาตามที่กรมธรรม์กำหนดเราจะได้รับเงินก้อน หากไม่ต้องการต่อประกัน

 

ประกันสุขภาพ

1.คุ้มครองเมื่อมีอาการเจ็บป่วยตามเงื่อนไข

2.ชำระเบี้ยเป็นรายเดือน บางกรมธรรม์ก็มีเป็นรายปีนะ 

3.ข้อดีคือ ช่วยแบ่งเบาภาระการรักษาค่าพยาบาล ไม่ต้องนำเงินเก็บส่วนตัวมาใช้ 

 

ประกันสุขภาพเป็นการลงทุนไหม ? 

การประกันสุขภาพถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งในชีวิตที่เราควรมีติดตัวไว้! เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูง ทางบริษัทประกันก็จะเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้แทน หรือถ้าจะพูดให้เห็นภาพแบบง่าย  ๆ คือ สมมุติเราจ่ายค่าประกันสุขภาพรายปี 20,000 บาท แล้วเราป่วยหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น มีค่ารักษาพยาบาลทั้งสิ้น 50,000 บาท ก็เท่ากับว่าเราประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้ถึง 30,000 บาท การทำประกันสุขภาพจึงเป็นเสมือนตัวช่วยสำรองให้เราอุ่นใจ ในเรื่องค่ารักษาพยาบาลนั่นเอง

 

เวลาจะซื้อประกันสุขภาพต้องดูอะไรบ้าง ?

1.ต้องสำรองจ่ายก่อนหรือไม่ ?

2.ซื้อแล้วคุ้มครองตัวเราทันทีเลยหรือเปล่า ? 

3.คุ้มครองโรคอะไรบ้าง ? (เพราะโรคบางอย่างถ้าเกิดเราเป็นขึ้นมา ประกันจะไม่ออกให้ หรือใครที่มีโรคประจำตัวเยอะ ก็ไม่ค่อยมีประกันรองรับ)

4.เบิกได้เฉพาะกรณีเป็นผู้ป่วยในเท่านั้นหรือไม่ ?

5.เบิกแบบเหมาหรือแยกค่าใช้จ่าย ?

6.จำกัดจำนวนครั้งหรือจำนวนเงินในการเบิกหรือไม่ อย่างไร ? 

7.หากเกิดเหตุในต่างประเทศ ประกันจะคุ้มครองหรือไม่ ? 

8.หากถือประกันสุขภาพที่อื่นอยู่ ยังเบิกได้หรือไม่ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

9.ชำระเบี้ยเป็นรายเดือนต่างกับรายปีมากน้อยเพียงใด

 

โควิด-19 มาแรง พี่แอดมินแนะนำว่า “ต้องทำประกันโควิด-19ทุกคน”

 

คิดก่อนซื้อประกันโควิด-19! 

คงมีน้อง ๆ หลาย คน กำลังอยากจะทำประกันโควิด-19 อยู่ใช่ไหมล่ะ ซึ่งพี่แอดมินมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเลือกซื้อประกันชนิดนี้มาฝาก ซึ่งมันจะช่วยทำให้น้อง ๆ ได้ซื้อประกันโควิด-19 ที่ครอบคลุมการคุ้มครองได้สูงที่สุด! 

1.ตรวจเช็กค่าประกันโควิด-19 แต่ละเจ้าอย่างใจเย็น ลิสต์ความแตกต่าง และ ราคา เพราะยิ่งราคาถูก ความคุ้มครองก็จะยิ่งน้อยกว่า 

2.มีการคุ้มครองเป็นแบบไหน เช่น...

2.1 คุ้มครองแบบเจอ จ่าย จบ หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เจอจ่ายจบ จะจ่ายแค่อย่างเดียวไม่คุ้มครองในส่วนอื่น ๆ 

2.2 ให้ความคุ้มครองเมื่อเสียชีวิตหรือมีอาการโคม่าจากโรคโควิด-19

2.3 ให้ความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย

2.4 คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล

2.5 คุ้มครองค่าชดเชยรายวัน

2.6 คุ้มครองกรณีฉีดวัคซีนแล้วมีอาการแพ้หรือไม่

2.7 ระยะเวลาในการคุ้มครองนานมั้ย

3.ประเมินกำลังซื้อของตนเอง

4.คุ้มครองทันทีเลยมั้ย ? หรือต้องรอ 14 วัน ถึงเริ่มคุ้มครอง 

5.มีโรคประจำตัวทำได้หรือเปล่า  

การทำประกันโควิด-19 มีรายละเอียดที่ซับซ้อนในการคุ้มครอง เพราะฉะนั้นน้อง ๆ จะต้องอ่านรายละเอียดให้ชัดเจน ไม่ต้องรีบตัดสินใจ ลองปรึกษาคุณพ่อ คุณแม่อีกแรงก็ได้ และตอนนี้บางบริษัทประกันก็ได้จัดทำประกันโควิด-19 ให้ฟรี น้อง ๆ อาจจะหาข้อมูล เซิร์ซทางอินเทอร์เนตแล้วทำก็ได้ 

 

 

ข้อมูลการทำประกันรูปแบบต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจนาน พี่แอดมินจึงอยากให้น้องไตร่ตรองก่อนทำประกันให้ถี่ถ้วน เพื่อจะได้คุ้มครองที่ดีที่สุด นอกจากนี้การทำประกันทุกครั้ง บริษัทจะเก็บข้อมูลของเรา ดังนั้นทำครั้งเดียวอาจจะต้องรับสายประกันอีกหลายเจ้า ก็ต้องเผื่อใจตรงนี้ไว้หน่อย 

ส่วนใครที่อยากคำนวณค่าเบี้ยประกันให้คุ้ม อ่านต่อได้ที่ “รู้ก่อนทำประกันชีวิต EP.2”

 

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้