หนึ่งในคำถามที่พี่มักจะได้รับอยู่เสมอคือ “อยากเป็นล่ามเกาหลีต้องเรียนอะไร ต้องทำยังไง” ส่วนตัวรู้สึกว่ามันไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง แต่ก็พอมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากคนที่มองงานด้านนี้อยู่ค่ะ

 

ต้องมีทักษะอะไร ถ้าจะไปเป็นล่ามเกาหลี

  • ทักษะภาษาเกาหลี

แน่นอนว่าจะเป็นล่ามก็ต้องใช้ภาษาเกาหลีได้ดีและคล่องแคล่ว ทั้งการพูด ฟัง อ่าน และเขียน เพราะเวลาเราแปลแต่ละครั้ง ทักษะทุกอย่างจะถูกนำมาใช้ ไม่สามารถทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งไปได้ เพราะฉะนั้นถ้าอยากเป็นล่ามเกาหลี ก็ต้องตั้งใจเรียนภาษาเกาหลีมากถึงมากที่สุด!

 

  • พูดเกาหลีให้เหมือนเจ้าของภาษา

หมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ ถ้ามีโอกาสฝึกกับเจ้าของภาษา อย่าเขินอาย ไม่ต้องกลัวผิด ฝึกไปเลย ไม่มีใครเก่งตั้งแต่วันแรก หรือถ้าเกิดว่าเรียนด้วยตัวเอง ไม่มีครูหรือเพื่อนคนเกาหลี แนะนำว่าให้ใช้มีเดียเข้าช่วย ฟังเยอะ ๆ หนัง เพลง ซีรีส์ รายการต่าง ๆ การฟังและการพูดเป็นทักษะที่มาคู่กัน ฟังบ่อย ๆ ก็จะเริ่มพูดได้ดี 

เดี๋ยวนี้มีช่องทางการฝึกพูดได้ง่ายขึ้น มีแอปพลิเคชันแลกเปลี่ยนภาษา สามารถเข้าไปคุยกับเจ้าของภาษาได้ หรือแม้แต่แอปพลิเคชัน Clubhouse ที่ฮิตกันอยู่ตอนนี้ ก็มีคนเปิดห้องฝึกภาษาเกาหลี ให้ชาวต่างชาติเข้ามาคุยกับคนเกาหลีทุกวันเลย ไม่เสียเงินด้วย

 

  • เรียนเอกอะไรก็ได้

พอบอกว่าต้องใช้ภาษาเกาหลีได้ดี หลายคนอาจจะคิดว่า งั้นก็ต้องเรียนเอกเกาหลีไหม เอาจริง ๆ แล้วไม่จำเป็น หลาย ๆ คนที่ทำล่ามเก่ง ๆ ก็ไม่ได้จบเอกภาษาเกาหลีมา ถึงจะเรียนเอกอื่น แต่มีทักษะในการใช้ภาษาเกาหลีที่ดีก็มีโอกาสทำได้แน่นอน

 

  • รอบรู้ในทุก ๆ ด้าน

การล่ามคือการแปลคำพูดของคน โดยคน ๆ หนึ่งจะพูดอะไรออกมาบ้างเราแทบจะเดาไม่ได้เลย บางทีเขาอาจจะคุยกันเพลิน ออกทะเลจากหัวข้อที่ควรจะสนทนาไป ล่ามจะต้องรู้หมวดคำศัพท์ที่หลากหลายและกว้าง ไม่ใช่แค่เฉพาะหมวดที่จำเป็นสำหรับงานวันนั้นอย่างเดียว รวมไปถึงต้องมีความรอบรู้ รู้สถานการณ์ในเกาหลีและโลกปัจจุบัน และความเป็นไปของแวดวงนั้น ๆ ด้วย

 

  • จะเป็นล่ามที่ดีต้องมีไหวพริบ

การเป็นล่ามนั้น เจอทั้งงานสเกลเล็กสเกลใหญ่ คนมากคนน้อย แต่สิ่งหนึ่งที่จะเหมือนกันก็คือ ต้องแปลสดทันที ซึ่งอะไรที่มันเกิดขึ้นสด ๆ ก็มักจะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ทั้งหูฟังไม่ได้ยิน ไมค์ดับ เจอคำถามที่ไม่เหมาะสม ผู้พูดตอบไม่ตรงคำถาม เป็นต้น ล่ามในฐานะคนกลางมีหน้าที่ที่จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยที่เราจะต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดการบาดหมางกันระหว่างทั้งสองฝ่าย ต้องตัดสินใจได้เร็วในสถานการณ์ที่คับขัน

 

  • อยากเป็นล่ามต้องอดทน สิบล้อชนต้องไม่ตาย

งานล่ามเป็นงานที่ใช้พลังเยอะมาก ทั้งพลังกาย พลังใจ บ่อยครั้งที่งานไม่มีเวลาเริ่มต้นและเวลาจบที่ชัดเจน ต้องอดหลับอดนอนก็มี พอนอนน้อย สมองช้า แต่แปลต้องเร็ว ทำให้ต้องมีสติมาก ล่ามจะเป็นคนที่ต้องมาก่อนคนอื่นและกลับคนสุดท้าย ต้องถึก! ไม่ได้มีแต่มุมที่สวยงาม

 

  • นอกจากแปลได้ ก็ต้องทำได้ทุกอย่าง

เนื่องจากเราเป็นคนเดียวที่ทุกคนสื่อสารด้วยรู้เรื่อง ไม่ว่าเขาจะสงสัย อยากรู้ หรือต้องการอะไร คนที่เขาจะมาหาก็คือเรา และเขาก็มักจะคาดหวังว่าเราจะต้องสามารถมอบคำตอบให้ได้ทันทีเลยด้วย เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่แล้วล่ามจะต้องทำมากกว่าการแปล เราต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานของงานนั้น จัดงานอะไรยังไงต้องตอบเขาให้ได้ หรือบางทีเขาจะถามเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทย อันนี้ซื้อที่ไหน ร้านอาหารไหนอร่อย อยากไปที่นี่ต้องทำยังไง เราก็ต้องทำทั้งล่ามทั้งประสานงานไปด้วย 

 

 

ขั้นตอนในการเตรียมตัวทำงานล่าม

  • รู้จักคนที่เรากำลังจะทำงานด้วย

เรากำลังจะไปแปลงานให้ใคร บริษัทอะไร ควรจะศึกษาให้ละเอียดถี่ถ้วน มีความเป็นมายังไงบ้าง ถ้าเขาเคยให้สัมภาษณ์ที่ไหนเอาไว้ ก็ควรจะไปฟังให้หมด อย่างน้อยเราจะได้รู้ลักษณะวิธีการพูดของเขา ยิ่งฟังมาก ยิ่งคุ้นชินมาก ทำให้แปลได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น ถ้าเป็นศิลปิน ก็ไปไล่ดูผลงานเขาให้ได้เยอะที่สุด จะเป็นประโยชน์มาก

 

  • ศึกษาข้อมูลที่กำลังจะต้องแปล

นอกจากบุคคลแล้ว เนื้อหาเรื่องที่กำลังจะแปลก็สำคัญเช่นกัน ล่ามไม่ใช่แค่คนที่ทำหน้าที่แปลอย่างเดียว แต่ล่ามต้องเป็นคนที่เข้าใจสิ่งที่คนกำลังพูดอยู่ก่อนด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถแปลออกมาได้ดี สมมติวันนี้ต้องแปลเกี่ยวกับการขนส่งผลไม้ ก็ต้องขอเอกสารข้อมูลมาล่วงหน้า ศึกษาว่าขั้นตอนในการขนส่งมีอะไรบ้าง และเตรียมคำศัพท์ที่คาดว่าจะต้องใช้ไว้ล่วงหน้าเลย การที่เรามีความรู้อยู่แล้ว บางทีพอได้รับคำถามมา เราก็แทบจะเดาคำตอบของอีกฝ่ายได้ก่อนทั้งหมด ช่วยให้การแปลราบรื่นขึ้น

 

 

อยากลองเข้าวงการนี้ ต้องทำยังไง

ทั้งวงการแปลและล่าม เป็นวงการที่เกิดการบอกกันปากต่อปาก ถ้าเราเคยได้ทำงานหนึ่งแล้ว และทำออกมาได้ดี ถูกใจผู้ว่าจ้าง เขาก็จะกลับมาจ้างงานเราอีกเรื่อย ๆ หรือเวลามีใครมาถามหาล่าม เขาก็จะแนะนำเราไปให้คนอื่นต่อ

สิ่งที่เราควรจะทำคือ แสดงออกให้ชัดเจนว่าเรารับทำงานล่าม รับทำงานแปล เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่เรียนภาษาเกาหลีมาจะรับสองงานนี้ บางคนไม่ถนัดก็ไม่อยากทำ ถ้าเราสนใจจะทำก็ควรจะบอกต่อ ๆ ไว้เลยว่าเรารับงานแบบนี้นะ ใครสนใจมาติดต่อได้ เปิดโอกาสให้ตัวเอง นอกจากนี้ก็ควรจะรักษาความสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้างเอาไว้ด้วย ให้เขาสามารถติดต่อเราได้เสมอ  

อีกอย่างคือ งานล่ามค่อนข้างใช้ประสบการณ์ ยิ่งทำบ่อย จะยิ่งทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และถ้ายิ่งทำล่ามในหลายวงการก็จะทำให้เราพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มทำล่าม อยากให้ลองเปิดใจ ทำให้หลากหลายเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และชั่วโมงบินของตัวเอง นำไปพัฒนาทักษะต่อ ๆ ไป 

 

 

ทำอาชีพนี้รายได้ดีไหม 

งานล่ามน่าจะแยกได้หลัก ๆ เป็น 2 ประเภท คือ ล่ามบริษัท และล่ามฟรีแลนซ์ ล่ามบริษัทก็คือเป็นพนักงานประจำล่ามให้กับบริษัทนั้น ๆ เลย ได้เงินเป็นเงินเดือน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงกับบริษัทนั้น ๆ ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วค่อนข้างมั่นคงกว่าล่ามฟรีแลนซ์ แต่เนื้องานก็อาจจะจำเจหน่อย

ส่วนล่ามฟรีแลนซ์แบบที่พี่ทำอยู่ ขึ้นอยู่กับความขยัน (ถ้าเรารับงานเยอะ รายได้ก็จะเข้ามาเยอะ), เนื้องาน และเวลาด้วยว่าเราสะดวกรับงานไหม สำหรับน้อง ๆ ที่เพิ่งเริ่มสตาร์ทรายได้จะอยู่ที่งานละ 2,000-3,000 บาทค่ะ

นอกจากนี้สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้งานต่าง ๆ จัดได้ยากขึ้น ทำให้งานหายไปบ้าง แต่หลัง ๆ ก็เริ่มกลับมาจัดแบบออนไลน์แล้ว เอาจริง ๆ ถ้าสู้งาน ก็ถือว่ารายได้ดีในระดับหนึ่งเลย     

 

งานล่ามเป็นงานที่ภายนอกอาจจะดูสวยหรู ได้เจอคนมากหน้าหลายตา จบงานไว ได้เงินไว แต่มันก็มาพร้อมกับความท้าทายในหลาย ๆ ด้าน แต่ก็มีเสน่ห์ในตัวของมัน ถ้าสนใจก็ลองมาสัมผัสดูสักครั้ง ไม่เสียหาย!

บทความถัดไป >

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (2)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้