ทำไมการกินปลาถึงเป็นปัญหาระดับโลก ? 

 

เรื่องการกินปลาคงจะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะกลายเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งพี่ไซน์ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่! เมื่อพี่ไซน์ได้เข้าไปดู สารคดี Seaspiracy ใน Netflix ที่เขาได้นำเสนอเกี่ยวกับการสืบสวนเรื่องเบื้องหลังอุตสาหกรรมการจับสัตว์น้ำ ก็ทำให้พี่ไซน์มีความคิดที่เปลี่ยนไป! ว่าแท้ที่จริงแล้ว มีผลต่อทรัพยากรทางธรรมชาติและ Climate Change ที่มากจนเราคิดไม่ถึง! โดยในวันนี้พี่ไซน์จึงได้ยกประเด็นประมงพาณิชย์มาฝากน้อง ๆ กัน ที่บอกได้เลยว่ามันจะทำให้มุมมองการกินปลาทะเลของน้อง ๆ เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง!  

 

การประมงพาณิชย์ คืออะไร ? 

การประมงพาณิชย์ไม่ใช่การประมงเพื่อยังชีพหรือจับเพื่อกินในครัวเรือน แต่เป็นการประมงเพื่อการซื้อ-ขาย ดังนั้นพวกเขาย่อมต้องการได้ผลผลิตที่มาก ๆ ซึ่งการประมงพาณิชย์สามารถจับสัตว์น้ำได้ทั้งแบบ “ประมงน้ำลึก” คือ การจับปลาในระยะห่างจากฝั่งแต่ไม่เกินระยะ 200 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง และ “ประมงสากล" (Distant Water Fisheries) คือ การจับปลาในมหาสมุทรเป็นระยะทางไกลจากท่าเรือของประเทศนั้น ๆ 

 

ระบบนิเวศทางทะเลมีความสำคัญ อย่าทำเป็นเล่นไป!

อันดับแรกพี่ไซน์จะให้น้อง ๆ เข้าใจก่อนว่า ระบบนิเวศทางทะเลมีความสำคัญอย่างไร โดยพี่ไซน์ได้แบ่งออกเป็นข้อ ๆ ดังนี้

1.) เป็นแหล่งผลิตอาหารและวัตถุดิบในด้านสุขภาพและการดำรงชีวิต 

2.) เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบในธรรมชาติสามารถดำรงอยู่ได้ภายใต้สภาพการณ์ของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เช่น การเกิดปรากฎการณ์อุณหภูมิน้ำทะเลสูงผิดปกติทำให้ปะการังบางชนิดตายลง แต่ก็ยังมีปะการังชนิดอื่น ๆ ที่สามารถทนทานต่อสภาพดังกล่าวได้ ทำให้ระบบนิเวศแนวปะการังไม่สูญหายไปจากโลก

3.) มีส่วนช่วยให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น พืชชนิดต่างๆ ช่วยในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้กับโลก

4.) ช่วยให้การเติบโตของสัตว์น้ำเป็นไปอย่างสมบูรณ์ เช่น ปลาวาฬ มีส่วนช่วยในกระบวนการเติบโตของพืชแพลงก์ตอนที่สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างออกซิเจนได้ ส่วนฉลามก็ช่วยกินปลาที่เล็กกว่าเพื่อควบคุมระบบนิเวศไม่ให้มีปลากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีจำนวนมากเกินไป

 

การประมงพาณิชย์ สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างไรบ้าง? 

จากการสูญเสียปลาไปอย่างมหาศาลโดยใช่เหตุในกิจการประมงพาณิชย์ทุกวันนี้ (เฉลี่ยนาทีละ 5 ล้านตัวทั่วโลก) ทำให้มีการคาดการณ์ว่า หากตัวเลขยังเป็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง แนวปะการังใต้ทะเล ที่เติบโตได้เพราะการขับถ่ายของเสียจากปลาถึง 90 เปอร์เซ็นต์ก็จะถูกทำลายลงไปด้วยภายในปี 2050 และถ้าหากเราจับสัตว์น้ำมากเกินขนาด โดยเฉพาะสัตว์น้ำขนาดใหญ่ เช่น ปลาทูน่า ปลาฉลาม ปลาโลมา จะทำให้แนวปะการัง ดอกไม้ หรือสัตว์หน้าดิน ก็จะได้รับความเสียหายตามไปด้วย เพราะสิ่งที่เกื้อกูลกันในท้องทะเลหายไป รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์จับสัตว์น้ำพลอยได้อย่างเช่นการใช้อวนล้อม เครื่องมือล่อปลา เบ็ดราว ที่จะทำให้สัตว์น้ำที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็พลอยโดนหางเลข คราวนี้แหละระบบนิเวศก็จะยิ่งแย่กว่าเดิม

 

สารคดีเรื่องนี้สอนอะไรกับเรา ?

สารคดี Seaspiracy สะท้อนปัญหาของสัตว์ทะเลได้อย่างเด่นชัด ว่าพวกมันต้องเจอกับการประมงพาณิชย์ ที่คิดจะเอาแต่ได้! โดยไม่ได้คิดถึงว่าระบบนิเวศทางทะเลจะเป็นอย่างไรในอนาคต ซึ่งปัญหานี้คงจะเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอยู่ใกล้ตัวเราเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อไหร่ที่ระบบนิเวศทางทะเลเกิดความเสียหายที่ยากต่อการเยียวยาขึ้นมา มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องรับผิดชอบชะตากรรมร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!  

 

สำหรับน้อง ๆ คนไหน ยังไม่เต็มอิ่มกับข้อมูลที่พี่ไซน์ได้นำเสนอ น้อง ๆ ก็สามารถเข้าไปรับชมสารคดี Seaspiracy ได้ทางNetflix และสิ่งที่พี่ไซน์อยากจะบอกกับน้อง ๆ ก็คือ... แม้ว่าเราจะเลิกกินปลาหรืออาหารทะเลไม่ได้ แต่เราสามารถลดปริมาณการกินได้! กินเท่าที่มี กินตามฤดูกาล หลักปฏิบัติง่าย ๆ ที่จะช่วยทำให้ท้องทะเลของเรากลับมาสมบูรณ์ได้อีกครั้งหนึ่ง

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้