Cruelty-Free เรื่องที่คนสวยใจดีควรคิดก่อนซื้อ!

 

‘คนจะงาม งามที่ใจใช่ใบหน้า แต่ถ้าจะให้งามยิ่งกว่าต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Cruelty Free’ อ่ะ อ่ะ อย่าพึ่งงง ว่าพี่เคฟเวอร์พูดอะไรออกไป เพราะบทความนี้พี่เคฟเวอร์จะพาน้อง ๆ ไปรู้จักกับ “Cruelty Free” หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทดลองกับสัตว์ โดยเหตุผลที่พี่เคฟเวอร์ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดก็เพราะว่า มีภาพยนตร์แอนิเมชัน ความยาว 3.53 นาที ที่พี่เคฟเวอร์ได้แปะไว้ ได้เล่าถึงเจ้า Ralph กระต่ายตัวน้อย ที่กลายเป็นสัตว์ทดลองในโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ซึ่งจุดสำคัญคือเจ้า Ralph นั้น ถูกสารเคมีที่ใช้ทดสอบผลิตภัณฑ์ ฉีดเข้าดวงตาจนพิการตาบอด ไหนจะโดนก้อนขน เพื่อทาสารเคมีทดสอบลงไปอีก ฯลฯ และนำมาสู่ต้นกำเนิดของ Hashtag #SaveRalph ในที่สุด 

 

พี่เคฟเวอร์จึงอยากพาน้อง ๆ เข้าสู่ห้องแล็บ แล้วมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “สัตว์ทดลอง” ให้มากขึ้น

 

สัตว์ทดลองคืออะไร ? 

สัตว์ทดลอง คือ สัตว์ที่ถูกเลี้ยงมาเพื่อการทดลองงานทางวิทยาศาสตร์ ตามชนิดและประเภทที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือถ้าพูดแบบง่าย ๆ ก็คือ “สัตว์ทดลอง” เป็นสัตว์ที่มาจากการสืบสายพันธุ์และเพาะขยายพันธุ์ เพื่อใช้งานทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ ส่วนมากนิยมใช้สัตว์ทดลองในการผลิตเครื่องสำอาง ยา เพื่อดูว่าสัตว์มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรบ้าง ? ถ้าสัตว์มีอาการแพ้หรือตาย ทางผู้ทดลองก็จะปรับเปลี่ยนส่วนผสมในลำดับถัดไป 

 

ทำไมต้องเป็น “หนู” และ “กระต่าย” ในการทดลอง

น้อง ๆ เคยมีข้อสงสัยใช่มั้ยล่ะว่า…ทำไมสัตว์ทดลองถึงต้องเป็นหนูกับกระต่าย 

คำตอบคือ หนูและกระต่ายเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม มีจำนวนยีนส์ใกล้เคียงกับมนุษย์ ซึ่งถ้าสัตว์เหล่านี้มีอาการตอบสนองต่อตัวผลิตภัณฑ์ที่ทดลองไปในด้านลบ ก็สามารถคาดการณ์ได้เลยว่า มันจะมีอาการทางด้านลบกับมนุษย์เช่นเดียวกัน โดยรายงานจากรัฐบาลอังกฤษพบว่า การทดลองกับสัตว์ในปี 2562 มีสัตว์อยู่ 6 ชนิด ที่ถูกเป็นเหยื่อในการทดลองมากที่สุด นั่นก็คือ หนูตาแดง (2.51 ล้านครั้ง) หนูตัวใหญ่ (171,069 ครั้ง) หนูแกสบี้หรือหนูตะเภา (6,931 ครั้ง) หนูแฮมสเตอร์ (1,583 ครั้ง) สัตว์ที่มีฟันแทะอื่นๆ (1,175 ครั้ง) และ กระต่าย (10,188 ครั้ง)

* แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้สัตว์ทดลอง ก็อาจจะไม่ได้ผล 100% เพราะจำนวนยีนส์แค่ใกล้เคียง

 

ไม่ใช้สัตว์ทดลอง แล้วใช้อะไรได้บ้าง ? 

และคงจะมีคำถามตามมา ว่าถ้าไม่ทดลองกับสัตว์แล้วเราจะสามารถทดลองกับอะไรได้บ้าง ? ซึ่งในปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้มีการทดลองกับเซลล์ของมนุษย์โดยตรง และแน่นอนว่าผลลัพธ์ของมันมีความแม่นยำมากกว่าการทดลองกับสัตว์  โดยนักวิจัยจะทำการเลี้ยงเซลล์ต้นแบบ (Stem Cell) ของมนุษย์แล้วนำมาจับคู่กับชิปคอมพิวเตอร์ที่เรียกตรงตัวว่า Organ-on-a-chip ซึ่งเซลล์ก็จะเติบโตบนไมโครชิปและมีการเลียนแบบการทำงานของอวัยวะที่ทางนักวิจัยต้องการ คราวนี้การทดลองต่าง ๆ ก็จะสามารถทำได้อย่างอิสระ แบบไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์เลยแม้แต่น้อย 

 

เด็ก AFTERKLASS เริ่มต้นเคารพสัตว์ร่วมโลกได้อย่างไร ?

1.เลือกใช้เครื่องสำอางที่มีสัญลักษณ์ No Animal Testing , Cruelty Free

2.เริ่มปรับเปลี่ยนของใช้ส่วนตัว เช่น ยาสระผม ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ ฯลฯ ให้เป็นแบบ Cruelty Free หรือแบบ Vegan ที่เป็นผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.บอกต่อคนรอบตัวให้หันมาใส่ใจเรื่อง “สัตว์ทดลอง” กันให้มากขึ้น 

 

เห็นมั้ยล่ะว่า น้อง ๆ สามารถสวยได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการทดลองกับสัตว์ อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ไว้ว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Cruelty Free จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพราะผู้คนทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงความเจ็บปวดของสัตว์ทดลองทั้งหลาย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ความสวยไม่จำเป็นที่จะต้องแลกด้วยความเจ็บปวดของสัตว์ทดลองพวกนี้ แต่ถึงอย่างไร สัตว์ทดลองก็มีประโยชน์ในด้านการแพทย์ เช่น การผลิตยา การผลิตวัคซีน การค้นหาสารสกัดต่าง ๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเรา พี่เคฟเวอร์จึงอยากให้น้อง ๆ ใช้ยา ใช้สกินแคร์ ใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างคุ้มค่าที่สุด ให้สมกับที่สัตว์ทดลองเหล่านั้นเสียสละชีวิตเพื่อเรา 

 

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้