สรุปเส้นทาง Bitcoin การเติบโตจาก Wave 1 สู่ Wave 4 ในงาน“How To Win Game of Crypto เราจะเป็นผู้ชนะในโลกคริปโทฯ ได้อย่างไร”

 

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ที่ผ่าน พี่ยูโรได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนา “How To Win Game of Crypto เราจะเป็นผู้ชนะในโลกคริปโทฯ ได้อย่างไร” ที่จัดโดยวารสารการเงินและธนาคารมา จึงอยากมาสรุปความสนุกและการเติบโตของ Cryptocurrency และ Bitcoin ให้น้อง ๆ ที่สนใจอยากจะลงทุนในสกุลเงินดิจิตอลได้ทราบกัน 

 

** เตือนก่อน ** 

อยากลงทุนใน Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัล ต้องมีเงินเย็น เสียก่อน

เข้าใจเรื่องเงินร้อน และ เงินเย็น คลิกอ่านได้ที่บทความ เงินร้อน เงินเย็น เงินแบบไหนที่ควรนำมาลงทุน คลิก

 

Cryptocurrency

ไม่ใช่ Financial หน้าใหม่ เพราะสินทรัพย์ประเภทนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ที่สามารถแลกเปลี่ยนซื้อ-ขายได้ แต่จับต้องไม่ได้ ถ้าให้นึกภาพง่าย ๆ เลยคือ เมื่อก่อน Cryptocurrency จะอยู่ในรูปแบบของเงินในเกม แต่ปัจจุบันมันถูกพัฒนาให้อยู่ในโลกของความเป็นจริง สามารถซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนสินค้าได้ เหมือนธนบัตร หรือ เหรียญ นั่นแหละ (แต่มูลค่าต่างกันนะ) ซึ่งตอนเปิดตัวแรก ๆ อาจจะยังไม่เป็นที่ยอมรับมาก ด้วยในแง่ของเทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวหน้ามากนัก (Cryptocurrency ถูกเขียนเป็นโค้ด ดังนั้นความก้าวหน้าของปี 2552 กับ ปี 2564 จึงต่างกันมาก) กฎหมายที่ยังไม่ยอมรับ และความรู้ของผู้ลงทุนยังไม่เพียงพอ

 

แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปแล้ว คนหันมาลงทุนใน Cryptocurrency กันมากขึ้น เพราะหากได้กำไร ก็จะได้กำไรมากกว่าการลงทุนประเภทอื่น แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าขาดทุนก็ขาดทุนเยอะ เนื่องจาก Cryptocurrency มีความผันผวนสูง 20-30% ต่อวัน แต่ในขณะที่หุ้น พันธบัตรรัฐบาล หรือการลงทุนประเภทอื่น ๆ ทำได้ไม่ถึง 

 

สกุลเงินที่โด่งดัง และ รู้จักกันแพร่หลาย ของ Cryptocurrency คือ “Bitcoin”

จริง ๆ แล้ว Bitcoin เคยเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่ง แต่คนยังไม่สนใจมาก เนื่องจาก เป็นสินทรัพย์ที่สภาพคล่องต่ำ และสินทรัพย์ในแบบเดิม เช่น ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล อสังหาริมทรัพย์ ยังมีความน่าเชื่อถือ และ ยังไม่มีปัญหาใด ๆ คนก็เลยยังไม่สนใจ แต่ช่วงพอ COVID-19 ระบาด ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเงิ เศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศก็ได้รับบาดเจ็บกันตาม ๆ กัน ทำให้สินทรัพย์ที่ถืออยู่เริ่มเกิดความไม่แน่นอน นักลงทุนจึงหันเหเข้าหาสกุลเงินดิจิทัล เพื่อทำกำไร 

 

ราคา Bitcoin ขึ้น-ลง จากอะไรบ้างล่ะ  

น้อง ๆ ต้องเข้าใจก่อนว่าราคาของ Bitcoin ไม่ขึ้นตรงกับบริษัทใด ไม่มีเรื่องของผลประกอบการของบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนหุ้น แต่จะขึ้นลงตาม…

  • อุปสงค์ อุปทานของBitcoin 
  • การสนับสนุน และ การลงทุน Bitcoinจากประเทศต่าง ๆ เช่น รัฐบาลประกาศให้ซื้อ-ขายเหรียญได้อย่างถูกกฎหมาย
  • การแลกเปลี่ยน หรือชำระสินค้าผ่าน Bitcoin เช่น Paypal , Big Camera , Tesla
  • แรงหนุนจากนักลงทุนในสถาบัน ที่ทำให้ supplier เข้าใจและเข้าถึง Bitcoinกันมากขึ้น
  • การจำกัดของเหรียญ หรือ สกุลเงินนั้น ๆ ที่ทำให้เกิดการเก็งกำไรขึ้น
  • ข่าวสารและการตื่นตัวของประชาชน ทำให้สกุลเงินดิจิทัลมีแนวโน้มราคาพุ่งขึ้นสูง

 

ความเสี่ยงจากการลงทุนใน Bitcoin  

  • มีความผันผวนสูงและแรง คือ 20-30% ต่อวัน ทำให้นักลงทุนมีโอกาสทำกำไรได้เยอะ และก็มีโอกาสขาดทุนได้เยอะเช่นกัน
  • การโจรกรรมทางอินเทอร์เนต และไวรัสที่เข้ามาป่วนระบบ เพราะสกุลเงินดิจิทัลถูกเขียนขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
  • เราไม่รู้จักตัวเองดีพอ ก่อนการลงทุนทุกครั้ง น้อง ๆ นักลงทุนจะต้องมีเป้าหมายในการลงทุนที่ชัดเจน ซึ้งเป้าหมายที่ชัดเจนนี้เอง จะเป็นตัวกำหนดแนวทางในการลงทุน การประเมินและการบริหารความเสี่ยงได้

 

ถึง Bitcoin จะความเสี่ยงสูง แต่คนก็หันมาลงทุนใน Bitcoin กันมากขึ้น 

เพราะ…

1.) เกิดวิกฤตที่สั่นคลอนปี 2563 มาเกือบตลอดทั้งปี ทั้ง

  • COVID-19
  • สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
  • ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
  • การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ทำให้นักลงทุน มองเห็นว่า สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven) เริ่มไม่ปลอดภัย จึงอยากย้ายแหล่งการลงทุนให้มีความคล่องตัวมากขึ้น 

 

2.) การพูดถึงแบบปากต่อปาก และการแชร์ต่อบนโลกโซเชียลมีเดีย อย่าง Twitter 

ช่วงปี 2563-2564 คนเริ่มแชร์การลงทุนในรูปแบบของ Bitcoin ว่าสามารถทำเงินได้จริง ทำเงินได้สูงทุกวัน Generation Y , Z ที่มีความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว ก็เริ่มสนใจ เข้าใจกลไกการทำงานของมันมากขึ้น จนนำไปสู่ความสนใจในเรื่องการลงทุน 

 

3.) ก.ล.ต. อนุญาตให้สกุลเงินดิจิตอล สามารถทำการซื้อ-ขาย ได้อย่างถูกกฎหมาย ดังนั้นกลุ่มคนจึงเริ่มเชื่อถือใน Cryptocurrency มากขึ้น โดยในงาน สัมมนา “How To Win Game of Crypto เราจะเป็นผู้ชนะในโลกคริปโทฯ ได้อย่างไร” จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร ได้กล่าวว่ากลุ่มคน Baby Boomer เริ่มหันมาลงทุนใน Bitcoin มากขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้เริ่มเชื่อมั่นในอนาคตของ Bitcoin และมองว่ามันเป็นทรัพย์สินปลอดภัย

 

จาก Bitcoin Wave 1 สู่ Wave 4

พี่ยูโรขอสรุป Wave หรือ คลื่นของ Bitcoin ที่เติบโตจาก Wave 1 และกำลังก้าวสู่ Wave ที่ 4

  • Wave 1 จากนักลงทุนรายย่อย จากเงินประมาณ 6,000 ดอลลาร์ สู่ 20,000 ดอลลาร์
  • Wave 2 นักลงทุนสถาบันอย่าง Grey Scale Investment ที่เริ่มสะสม Bitcoin จนกลายเป็นหนึ่งในผู้รันวงการ Cryptocurrency เปิดให้นักลงทุนรายใหญ่ เข้ามาซื้อกองทุนเงินดิจิทัลได้
  • Wave 3หลาย ๆ บริษัทเริ่มใช้สกุลเงิน Bitcoin ในการแลกเปลี่ยนทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น Paypal , Tesla และเริ่มมีร้านค้ารับ Bitcoin ในการซื้อขาย เช่น ร้าน Big Camera , Sushi-Bar Numazuko Ginza 1st
  • Wave 4ธนาคารกลางในแต่ละประเทศเริ่มใช้สกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น ตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ก็มีแพลนจะออกเงินสกุลดิจิทัลของธนาคารกลาง Central Bank Digital Currency (CBDC) เพื่อนำมาชำระสินค้าและเงินสด

 

และนี่ก็ทิศทางของ Bitcoinที่พี่ยูโรสรุปมาให้ สิ่งหนึ่งที่พี่อยากจะบอกน้อง ๆ เลยคือ น้อง ๆ ต้องทำความเข้าใจสกุลเงินดิจิทัลนี้ให้ถี่ถ้วนเลย ทำความเข้าใจ ณ ที่นี่ คือ ต้องเข้าใจจริง ๆ เพราะมันมีความผันผวนมากกว่าหุ้นเยอะมาก จากนั้นต้องรู้ตัวเองว่ายอมรับความเสี่ยงสูงและหวือหวาแบบนี้ได้หรือไม่ สุดท้ายเลยก็คือ ต้องมีเงินเย็น ในการลงทุน เพราะหากน้อง ๆ ไม่มีเงินเย็น แล้วนำเงินร้อนไปลงทุน ระวังจะเป็นหนี้ได้

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้