storytelling

สูตรเล่า Storytelling สร้างแบรนด์ให้ปัง เพิ่มยอดขายให้กระฉูด!

 

หลังจากที่น้อง ๆ ได้รู้จักกับส่วนผสมทางการตลาดอย่าง 4P กันไปบ้างแล้ว อ่านบทความ รู้จักส่วนผสมการตลาดที่มากกว่า 4P ในการทำธุรกิจ คลิก

พี่ชิปปี้ก็ไม่รอช้าได้ไปเสาะหาสูตรลับเคล็ดลับเด็ด ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายและช่วยให้การสร้างแบรนด์ของน้องๆ ปังปุริเย่มากขึ้นกว่าเดิม! และนั่นก็คือ การเล่า Storytelling ให้กับแบรนด์ของตัวเอง

 

ถ้าพร้อมแล้ว พี่ชิปปี้ขอปูพื้นสิ่งจำเป็นที่แบรนด์ต้องมี ก่อนลงลึกถึง storytelling

 

ต้องหา “จุดยืน” ให้แบรนด์ให้ได้ (Brand Positioning)

Brand Positioning ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างแบรนด์เป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยชี้ความแตกต่างของตัวธุรกิจ ว่าแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร และยังเป็นการออกแบบตำแหน่งที่น้อง ๆ อยากจะให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของกลุ่มลูกค้าอีกด้วย

 

ข้อดีของการทำ Brand Positioning

1.สร้าง Brand Royalty

2.สร้างแรงจูงใจในการซื้อ

3.แยกสินค้าของน้อง ๆ ออกจากคู่แข่ง

การสร้าง Brand Positioning จะช่วยให้แบรนด์ของน้อง ๆ มีจุดยืนที่ชัดเจน แม้ว่าจะเป็นสินค้าประเภทเดียวกันกับคู่แข่งก็ตาม เช่น มีข้าวสารขายตาม Super Market มากมายเรียงกันเต็มเชลฟ์ แต่จะมีแบรนด์หนึ่งที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน คนจดจำได้ อาจจะเป็นเรื่องของการใช้สี ใช้โลโก้ หรือ การเล่าเรื่องให้กับแบรนด์ข้าวสารนั้น ๆ ผ่านการโฆษณาในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น

 

Storytelling สำคัญอย่างไร ?

การแยกสินค้าหรือแบรนด์ออกจากคู่แข่งนั้น จะต้องมี Storytelling เป็นส่วนประกอบสำคัญ เพื่อที่จะทำให้กลุ่มลูกค้าจดจำแบรนด์ของเราได้ และรู้ว่าแบรนด์ของเรามีที่มาที่ไปอย่างไร

ยกตัวอย่าง : ที่ชุมชนบ้านเกิดของนางสาว เชอร์รี (จ.นครพนม) ทำกิจการเกี่ยวข้าวสารทั้งปลูก เกี่ยว และมีโรงสีเป็นของตัวเอง น้อง ๆ อยากช่วยทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชน จึงผุดไอเดียวขายข้าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยเน้นจุดยืนว่าข้าวสารของนางสาวเชอร์รี มาจากจังหวัดนครพนม เน้นออร์แกนิก ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง

 

Storytelling ที่นางสาวเชอร์รี สร้างขึ้นมา เช่น

ข้าวสารคุณยายวิไล จ.นครพนม ออร์แกนิก ปลอดสารเคมี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ผ่านกระบวนการใส่ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืช ทำให้ข้าวสารของคุณยายวิไล ปราศจากสารเคมีตกค้าง อีกทั้งเราเก็บเกี่ยวข้าวด้วยมือชาวบ้าน คัดสรรเมล็ดข้าวโดยคุณอา คุณป้า ในชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ทุกเม็ดข้าวจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอาใจใส่ กินแล้วมีความสุขในทุกคำ

 

นี่คือ Story ของแบรนด์ข้าวสารคุณยายวิไล ที่พอกลุ่มลูกค้าได้อ่านแล้วรู้สึกจรรโลงใจ เหมือนได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน พร้อมทั้งยังได้รับข้าวสารออร์แกนิกคุณภาพดีอีกด้วย

 

แล้วการเล่า Storytelling ให้กับสินค้าที่ดี ควรมีอะไรบ้าง

1.ใส่ความเป็นจริงลงไปในเนื้อเรื่อง

2.เล่าเรื่องเหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง อย่าไปปรุงแต่งอะไรมาก เพราะผู้บริโภคจะรู้สึกไม่เรียลพอและอาจจะติดลบกับแบรนด์เอาได้ง่าย ๆ

3.เว้นรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้อง เล่ามากไปก็กลายเป็นน้ำ หาเนื้อหาสำคัญไม่ได้ ดังนั้นเลือกเฉพาะประเด็นสำคัญ ๆ ดีกว่า อาจจะใช้หลัก 5W เข้ามาช่วยในการเล่าเรื่องก็ได้นะ

เข้าใจ 5W ในการเล่า Storytelling

Who – ใคร หรือ สิ่งใด เป็นตัวดำเนินเรื่อง

What - เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

When –Story นี้ เกิดขึ้นเมื่อไหร่

Where – เกิดขึ้นที่ไหน จะช่วยสื่อภาพและอารมณ์ร่วมได้

Why – ทำไม Story นี้ถึงเกิดขึ้นมา

4.ถ้าอยากให้กลุ่มลูกค้าเห็นภาพมากที่สุด ก็อาจจะนำภาพมาเล่าเรื่องร่วมด้วย

5.สร้างอารมณ์ ความรู้สึก เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภค

6.ไม่เกทับแบรนด์อื่น ๆ เอ่ยชื่อ หรือสัญลักษณ์ของพวกเขาเข้ามา ข้อนี้สำคัญมากเลยนะ ถ้าเราเผลอเกทับแบรนด์อื่น จากรักจะกลายเป็นแอนตี้ได้ น้อง ๆ ก็รู้นี่หน่า ว่าโลกโซเชียลฯ ไปไว

 

ถ้าน้อง ๆ เข้าใจ Storytelling ในการสร้างแบรนด์แล้ว ก็นำไปปรับใช้กับกิจการของตัวเองได้เลย อาจจะเล่าเรื่องผ่านโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook หรือ Instagram ซึ่งการเล่าเรื่องนั้นอาจจะเล่าออกมาในรูปแบบของภาพหรือวีดีโอ เพื่อดึงดูดความสนใจ ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องมีค่าใช้จ่าย! ดังนั้น พี่เลยอยากให้น้อง ๆ เล่าเรื่องผ่านรูปภาพก่อน ซึ่งน้อง ๆ ก็ลงมือใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปเองเลย ถ้าถ่ายหลาย ๆ รูป อาจจะตั้งค่าตอนลงใน Facebook เป็น Album Photo ก็ได้นะ หรือถ้าใครมีแอปพลิเคชั่นสำหรับใส่ Text ในรูปก็อาจจะใส่ข้อความลงไป เพื่อให้สะดุดตา อยากอ่านตั้งแต่รูปแรก

 

และก่อนลงมือทำ อย่าลืมทำการบ้านก่อนว่า กลุ่มลูกค้าของเราคือใคร จุดเด่นและจุดแข็งของแบรนด์เราคืออะไร ? เพื่อที่จะได้สร้าง Storytelling ให้ตรงใจกลุ่มลูกค้าและแตกต่างจากคู่แข่งนั่นเอง

 

ดังนั้นการสร้าง Storytelling จึงถือว่าเป็นสูตรลับเคล็ดลับเด็ดที่พี่ชิปปี้ได้นำมาฝากในครั้งนี้ ซึ่งถ้าใครได้ลองนำไปปรับใช้ดูแล้ว อย่าลืมมาบอกพี่ชิปปี้บ้างนะ ว่าได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร พึ่งพอใจมากแค่ไหนกัน 😊

 

อยากขายสินค้าให้ปังมากขึ้น ต้องอ่านบทความนี้

5 ทริคพิชิตใจ! ทำยังไงให้มีลูกค้าประจำ

ทริคพิชิตใจ

สมัครสมาชิก

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้