เงินร้อน เงินเย็นเงินร้อน เงินเย็น เงินแบบไหนควรนำไปลงทุน ?

 

 ‘เงินร้อน เงินเย็น’ ทั้ง 2 คำนี้ คงจะเป็นคำที่น้อง ๆ จะต้องเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว แต่! ถ้าถามว่าใครรู้จักเจ้าสองคำนี้แบบจริง ๆ ก็คงจะมีไม่กี่คนใช่มั้ยล่ะ

ครั้งนี้พี่แอดมินเลยจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับคำว่า ‘เงินร้อน เงินเย็น’ ให้น้อง ๆ ได้รู้จัก เข้าใจ และต่อยอด เพื่อการลงทุนมากขึ้น และพี่ยังมีวิธีการออมเงินให้งอกเงยมาฝากอีก เรียกได้ว่าขนความรู้มาให้แบบจุกๆ อัดแน่นเต็มแม็ก! แต่อ่านแล้วเบาสมองเหมือนเดิมไม่ต้องห่วง ดังนั้นไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูรายละเอียดต่าง ๆ กันเลย!

 

ก่อนไปรู้จักเงินร้อน เงินเย็น ต้องรู้จักแบ่งเงินสำหรับใช้จ่ายและเงินออมให้เป็น

เแบ่งเงินออมเป็น 2 ส่วน จะได้ไม่งง

1.เงินที่เป็นรายได้

สำหรับน้อง ๆ วัยมัธยม เงินที่เป็นรายได้ ก็คือเงินที่ได้รับจากคุณพ่อ-คุณแม่ และหากน้อง ๆ ขายของกระจุกกระจิ๊ก หรือ รับทำงานเสริม เงินจากค่าจ้างก็ถือเป็นรายได้เหมือนกัน

2.เงินที่เป็นเงินออม

เงินออม คือเงินที่แบ่งสันปันส่วนมาแล้วว่าจะไปหยอดกระปุกหรือฝากเข้าบัญชีธนาคาร เช่น จะฝากเงินอาทิตย์ละ 100 บาท ฝากเงินเดือนละ 1,000 บาท เป็นต้น โดยเงินออมนั้น จะต้องไม่ไปกระทบกับเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

 

แล้วเงินร้อน เงินเย็น คือเงินอะไรล่ะ ?

เงินร้อน

เงินร้อน คือ เงินที่มีวัตถุประสงค์ในการนำมาใช้ เช่น เงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินออมที่ต้องนำไปจ่ายค่าประกันชีวิต ทุก ๆ ปี เป็นต้น

เงินเย็น

เงินเย็น คือ เงินที่น้อง ๆ สามารถเก็บเข้าบัญชีได้โดยไม่ต้องนำออกมาใช้จ่ายสิ่งต่าง ๆ หากเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้น ก็ไม่จำเป็นจะต้องนำเงินส่วนนี้ออกมาใช้ หรือหลักการจำเงินเย็นง่าย ๆ คือ เงินที่สามารถปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ ในบัญชี เป็นเงินที่เหลือกิน เหลือใช้จากชีวิตประจำวัน

 

ทำไมเงินออมบางอย่าง ถึงเป็นเงินร้อน ?

ต้องเข้าใจก่อนว่า เงินออมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในอนาคตอันใกล้ เช่น ค่าประกันต่าง ๆ , เงินสำรองฉุกเฉิน เป็นเงินร้อน เพราะน้อง ๆ ออมเงินโดยมีวัตถุประสงค์ที่ถูกตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่า ต้องจ่ายสิ่งนี้ สิ่งนั้น หรือ ต้องเอาออกมาใช้เมื่อยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

 

แต่ถ้าเป็นเงินออม ที่เหลือจากการแบ่งสันปันส่วนแล้วว่า ไม่ต้องออมเพื่อจ่าย ค่านั่น ค่านี่ ถือว่าเป็นเงินเย็น ที่ถูกฟรีซเก็บไว้เฉย ๆ โดยที่ไม่มีเป้าหมายจะทำอะไร เงินในประเภทนี้ จึงถือว่าเหมาะสมกับการลงทุนที่สุด

อ่านบทความเรื่อง “เงินสำรองฉุกเฉิน ไม่มีไม่ได้ บทเรียนการเงินจาก COVID-19 ” คลิกที่นี่ 

 

เข้าใจกันอีกนิดใน “เงินสำรองฉุกเฉิน”

น้อง ๆ หลายคน คิดว่าเงินเย็นคือเงินสำรองฉุกเฉิน ซึ่งความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิด! เพราะแม้ว่าเงินเย็นจะเป็นเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำ แต่มันต้องเป็นเงินที่เหลือเก็บจากเงินสำรองฉุกเฉินด้วย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เราจะต้องแบ่งเงินเย็นกับเงินสำรองฉุกเฉินออกจากกัน ซึ่งความหมายของเงินฉุกเฉินคือ เงินที่เราจะต้องนำมาใช้จ่ายในอนาคตเมื่อมีเหตุจำเป็น เช่น ตกงาน เข้าโรงพยาบาล ให้คุณพ่อคุณแม่ (แบบกะทันหัน) หรือมีเรื่องที่เราต้องใช้เงิน ณ ตอนนั้นทันที แน่นอนว่ามันต่างกับเงินเย็นอย่างสิ้นเชิง เพราะเงินเย็นเป็นเงินที่เราไม่จำเป็นจะต้องไปยุ่งกับมันทั้งสิ้น แต่สามารถนำเจ้าเย็นเงินไปลงทุนได้ในระยะยาวหรือสั้นได้ตามสะดวก

 

เก็บเงินสำรองฉุกเฉินได้แล้ว เหลือเงินเย็น 1,000 บาท เอาไปลงทุนได้ไหมนะ ?

สำหรับคำถามนี้ คำตอบคือ ลงทุนได้! เพื่อให้เงินทำงานและสามารถหาเงินเข้ากระเป๋าของน้อง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น พี่แอดมินเลยมาไกด์ไลน์การลงทุน ที่สามารถลงทุนได้ใน 1,000 บาท

 

ออมทอง

จุดเด่นคือ การสะสมเงินให้ครบตามราคาน้ำหนักทองที่ต้องการ และสามารถถอนออกมาเป็นทองคำได้ โดยระบบออมทองจะเฉลี่ยเงินที่ซื้อกับราคาทอง ณ ช่วงที่จะซื้อ ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทออมทอง จะมีโปรแกรมคำนวณไว้ให้ จะได้ดูราคาทองได้แบบเรียลไทม์เลย

 

ข้อดีของการออมทอง

1.สามารถสะสมจากเงินจำนวนน้อย ๆ

2.พอน้อง ๆ เก็บสะสมเงินครบ น้อง ๆ ก็สามารถเก็บทองคำไว้เป็นสินทรัพย์ได้

ข้อระวัง

1.อย่าลืมว่าการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง

2.ราคาทองคำมีความผันผวนอยู่บ่อย ๆ เพราะฉะนั้นติดตามราคาทองคำให้ดี ๆ

ตัวอย่าง บริษัทออมทองที่ไว้ใจได้

1.ฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng)

หากพูดถึงร้านทองหรือบริษัทออมทองที่ไว้ใจได้เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ โดยจุดเด่นของการออมทองกับฮั่วเซ่งเฮงคือ

1.เลือกออมได้แบบรายเดือนและรายวัน

2.สามารถออมได้ผ่านฟีเจอร์ Line : @hshsocial

3.มีระบบการดำเนินงานที่ทันสมัย เข้าใจง่าย

น้อง ๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก 

 

2.ออสสิริส (Ausiris)

ถ้าน้อง ๆ ต้องการที่จะออมทอง แต่มีเงินลงทุนเพียงแค่ 1,000 บาท ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะออสสิริสจัดให้งาม ๆ โดยจุดเด่นที่ทำให้ออสสิริสถูกยอมรับในวงการออมทองคือ...

1.เริ่มต้นการออมทองเพียง 1,000 บาท/เดือน

2.มีโปรแกรมออมทอง ที่จะซื้อทองให้อัตโนมัติ

3.เฉลี่ยเงินซื้อทองให้เราทุกวันทำการ เช่น เดือนนี้มีวันทำการ 20 วัน เราออมทอง 1,000 บาท ทางร้านก็เอาจะ 1,000 มาหาร 20  ก็จะได้เงินซื้อทองเพื่อสะสมวันละ 50 บาท เป็นต้น

4.ตัดยอดออมเดือนละครั้ง หักผ่านบัญชีอัตโนมัติทุกต้นเดือน

น้อง ๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก

 

3.โกลเบล็ก (Globlex Gold)

"โกลเบล็ก" พอร์ตใหญ่แห่งวงการออมทอง ซึ่งการออมทองกับบริษัทโกลเบล็กนั้น น้อง ๆ อาจจะต้องมีเงินลงทุนสูงขึ้นมาหน่อย คือเริ่มต้นที่ 1,500 บาท/เดือน สำหรับจุดเด่นของโกลเบล็กคือ...

1.ขายทองได้ตลอดเวลา ไม่มีเงื่อนไขระยะเวลากำหนด

2.ฟรีค่ากำเหน็จในการรับทอง

3.มีโปรแกรมที่ทันสมัยในการดำเนินงาน

น้อง ๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก 

 

ออมหุ้น

การออมหุ้นคือ การลงทุนหุ้นโดยใช้แนวคิดการลงทุนสะสมหุ้นคุณภาพดีในระยะยาว เพื่อที่จะได้ผลกำไรในภายหลัง โดยการออมหุ้นทุกครั้งนั้น น้อง ๆ ต้องศึกษาให้ละเอียด ก่อนลงเงินทุกครั้ง! พี่แอดมินขอย้ำว่าทุกครั้งนะ เพื่อป้องกันการขาดทุนของเงินที่ลงไปนั่นเอง และอย่าลืมมองด้วยว่าหุ้นที่เราต้องการออมนั้น มีแน้วโน้มที่จะเติบโตหรือไม่ ?

จุดเด่นของการออมหุ้น

1.ทยอยสะสมหุ้นได้ด้วยเงินจำนวนน้อย

2.ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เพียง 1,000 บาท ก็เริ่มออมหุ้นได้

3.ได้กำไร โดยที่เราแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย (นอกจากพิจารณาความน่าจะเป็นก่อนลงเงิน)

ข้อควรระวังในการออมหุ้น

1.ต้องถือครองในระยะยาว

2.มีความเสี่ยงสูง

3.หากเลือกหุ้นที่ไม่ได้มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาวอาจทำให้ขาดทุนได้  

 

จากข้อมูลที่พี่แอดมินกล่าวไปทั้งหมด พอจะสรุปได้ว่าเงินเย็น คือเงินที่เราควรนำไปลงทุนเพื่อก่อให้เกิดผลกำไรที่มากขึ้นจากเดิม โดยน้อง ๆ สามารถนำเงินที่เหลือเก็บจากค่าขนม ไปเก็บออมอย่างมี Step โดยเริ่มจาก...

Step ที่ 1 ออมเงินในธนาคารก่อน

Step ที่ 2 ออมเงินแบบฝากประจำ เสมือนเป็นการบังคับตัวเอง ประเมินตัวเองคร่าว ๆ ว่าสามารถออมเงินจำนวนเดิม ในทุกเดือนได้หรือไม่ มีวินัยทางการเงินหรือป่าว ?

Step ที่ 3 ค่อย ๆ สะสมเงินสำรองฉุกเฉิน

Step ที่ 4 นำเงินมาลงทุน

 

และเพียงแค่ 4 Step นี้ ก็จะช่วยให้น้อง ๆ มีการเงินที่มั่นคง มีเงินเย็น มีเงินเก็บและมีเงินลงทุนอย่างแน่นอน 100%

 

อ่านบทความ

เคลียร์เงินเดือนละพัน ด้วย “ออมทอง” อีกหนึ่งการลงทุน เพิ่มเงินในกระเป๋า คลิกที่รูปเลย

ออมทอง

สมัครสมาชิก

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้