ไม่เก่งวิชาการไม่ได้แปลว่าฉลาด

ไม่เก่งวิชาการ ไม่ได้แปลว่าไม่ฉลาด เรียนรู้ตัวเองผ่าน "ทฤษฎีพหุปัญญา"

 

หลังจากที่น้อง ๆ ได้อ่านบทความ ‘ทริคค้นหาตัวตน มุ่งสู่คณะที่อยากเรียน’ ไปแล้ว แต่! ยังมีความรู้สึกว่า มันยังไม่ใช่อ่ะ! หลาย ๆ วิชาที่ลองตั้งใจเรียนแล้ว ก็ไม่วายที่จะได้คะแนนออกมาไม่ดี บางทีก็ต้องไปสอบซ่อมอีก หรือเรียกง่าย ๆ ว่ามันไม่ใช่ทางที่เราชอบจริง ๆ

 

แต่อย่าพึ่งท้อแท้ อย่าพึ่งนอยด์ตัวเอง เพราะพี่ไซน์บอกได้เลยว่าความฉลาดของคน ไม่ได้วัดกันที่เกรดเสมอไป บทความนี้พี่เลยขอหยิบยก “ทฤษฏีพหุปัญญา” (Theory of Multiple Intelligences) มาฝาก เพื่อเป็นแนวทางการต่อยอดสายการเรียน และอาชีพให้กับน้อง ๆ มากขึ้น

 

‘ทฤษฏีพหุปัญญา’ คืออะไร ?

ทฤษฏีที่เสนอแนวคิดว่า สติปัญญาของมนุษย์มีหลากหลายด้านที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าใครจะโดดเด่นด้านไหนบ้าง แล้วแต่ละด้านพอมาผสมผสานกันแล้ว ก็จะได้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลไป ซึ่ง Howard Gardner นักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เจ้าของทฤษฎีพหุปัญญานี้

ได้สรุปออกมาว่าปัญญาหลัก ๆ ของมนุษย์มีทั้งหมด 8 ด้าน

 

1. ภาษา (Linguistic Intelligence)

บางคนคิดเลขไม่เก่ง ตกแล้วตกอีก แต่ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ กลับปังมาก ได้คะแนนดีมาก หรือบางคนพูดเก่ง มีวาทะศิลป์ในการพูด พูดแล้วน่าฟัง ผู้ฟังคล้อยตาม

น้อง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านนี้ อาจเหมาะสมกับอาชีพ : นักเขียน นักพูด MC ทนาย นักการเมือง เป็นต้น

 

2.ตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence)

สำหรับใครที่ชอบคิดเชิงตัวเลข คาดการณ์สิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นผ่านสถิติและเหตุผล เชื่อมโยงเหตุและผลได้ดี เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อน พี่ไซน์บอกได้เลยว่า น้อง ๆ อาจจะมีความสามารถพิเศษในเชิงตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ก็ได้นะ

น้อง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านนี้ อาจเหมาะสมกับอาชีพ : นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักบัญชี นักสถิติ นักคณิตศาสตร์ เป็นต้น

 

3.มิติสัมพันธ์ (Visual-Spatial Intelligence)

บอกได้เลยว่าใครที่มีความสามารถรับรู้ทางสายตาได้เป็นอย่างดี สามารถมองเห็นพื้นที่หรือสิ่งของ เป็นรูปทรงต่าง ๆ และถ่ายทอดมันออกมาอย่างกลมกลืน มีความไวต่อการรับรู้เรื่องทิศทาง ตำแหน่ง

น้อง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านนี้ อาจเหมาะสมกับอาชีพ : สถาปนิก จิตรกร วิศวกร นักประดิษฐ์ นักออกแบบ ช่างภาพ เป็นต้น

 

4.ร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily Kinesthetic Intelligence)

ใครที่สามารถบังคับร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วตามที่ใจต้องการ ควบคุมความรู้สึกโดยใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีประสาทสัมผัสที่ไวต่อความรู้สึก ไม่ชอบอยู่กับที่ ชอบการปฏิบัติมากกว่าการจดจำ

น้อง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านนี้ อาจเหมาะสมกับอาชีพ : นักกีฬา นักเต้น  นักแสดง นักแสดงกายกรรม นักประดิษฐ์

 

5.ดนตรี (Musical Intelligence)

ฟังเพลงทีไรแล้วชื่นหัวใจทุกที ไปไหนจะต้องมีเสียงเพลงอยู่ด้วยตลอดเวลา สามารถแยกตัวโน้ตของเสียงดนตรีได้อย่างแม่นยำ แต่งเพลงได้โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมายปวดหัว เพียงแค่มีอารมณ์สุนทรีย์นิดหน่อย ก็สามารถสร้างสันงานดนตรีออกมาได้อย่างรวดเร็ว โดยการเคาะจังหวะตามหรือฮัมเพลง

น้อง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านนี้ อาจเหมาะสมกับอาชีพ : นักแต่งเพลง นักดนตรี นักร้อง

 

6.มนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence)

ชอบพบปะพูดคุยกับผู้คน รับรู้ความรู้สึกของคู่สนทนาอย่างรวดเร็ว ชอบสร้างมิตรภาพ พูดจาชักจูงผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ถ้าน้อง ๆ มีลักษณะดังกล่าว ก็บอกได้เลยว่ามันเป็นผลดีต่อการทำงานในอนาคตของน้อง ๆ อย่างแน่นอน แม้ว่าจะไม่เก่งในเรื่องวิชาการเลยก็ตาม เรียกง่าย ๆ ว่ามนุษยสัมพันธ์ดี ชีวิตก็มีความสุข!

น้อง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านนี้ อาจเหมาะสมกับอาชีพ : ทูต AE (Account Executive) ผู้ให้คำปรึกษา พนักงานต้อนรับ นักการเมือง นักขาย หรือนักธุรกิจ เป็นต้น

 

7.การเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)

ลักษณะของบุคคลประเภทนี้คือ ตระหนักรู้ในตนเอง ควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสม มองภาพตัวเองตามหลักความเป็นจริง รู้เท่าทันอารมณ์ว่าตัวเองต้องการอะไร ? และชีวิตจะเดินไปทางไหนให้มีความสุขมากที่สุด ถ้าให้พี่ไซน์พูดง่าย ๆ คือ เป็นคนที่เข้าใจในโลกนั่นล่ะ

น้อง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านนี้ อาจเหมาะสมกับอาชีพ : นักคิด นักปรัชญา นักเขียน นักวิจัย เป็นต้น

 

8.ธรรมชาติวิทยา (Naturalist Intelligence)

ชอบอยู่กับธรรมชาติ ไม่ชอบความวุ่นวาย เข้าใจกฎเกณฑ์ในธรรมชาติ ชอบสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จำแนกพืชและสิ่งที่มีชีวิตอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ

น้อง ๆ ที่มีความโดดเด่นด้านนี้ อาจเหมาะสมกับอาชีพ : นักธรณีวิทยา นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักโบราณคดี นักสำรวจธรรมชาติ

 

เอาล่ะ ทั้ง 8 ด้าน คือทฤษฏีพหุปัญญา ที่ Howard Gardner ได้คิดค้นเอาไว้ว่ามนุษย์ทุกคนมีความสามารถ มีสติปัญญาความถนัดที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นแล้วถ้าน้อง ๆ ไม่เก่งวิชาการ ก็ไม่ได้แปลว่าน้อง ๆ ไม่ฉลาด! และสิ่งสำคัญที่พี่อยากจะย้ำเตือน คือ น้อง ๆ อย่าลดทอนคุณค่าของตัวเอง เด็ดขาด ไม่ว่าน้อยใจว่าตัวเองไม่เก่ง โทษตัวเองที่ทำอย่างนั้น อย่างนี้ไม่ดี ไม่ภูมิใจในตัวเอง เพราะการลดคุณค่าในตัวเอง จะทำให้น้อง ๆ กลัว และไม่กล้าไปต่อ ให้กำลังใจตัวเองเข้าไว้ เมื่อเรารู้ทางชอบของตัวเอง เราจะกลายเป็นคนที่อยากพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด

 

เพราะฉะนั้นมาเดินหน้าให้เต็มกำลังไปด้วยกันเลย

 

สำหรับใครที่หาตัวเองผ่านทฤษฎีพหุปัญญาเจอแล้ว มาอ่านบทความเกี่ยวกับอาชีพ เพื่อจะได้รู้ลู่ทางการศึกษาต่อมากขึ้น

“อัปเดทก่อนใคร อาชีพมาแรง 2021”

อาชีพมาแรง

สมัครสมาชิก

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้