“หนูเพิ่งหาตัวเองเจอ ว่าอยากเข้าจิตวิทยาจริง ๆ ก็ตอนม.6 เองค่ะ”

แป้ม ณนิฐตา ธานินทร์ปฐมรัฐ ดีกรี “Top 5 Admission ปี2560” ด้วยคะแนน 86.51 ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะนั่งพูดคุย แจก Timeline การเตรียมตัวสอบ ใครอยากเก่ง อยากติด ไม่ต้องบน แค่หาตัวเองให้เจอ แล้วลงสนามสอบไปด้วยกัน

 

มอหกต้องไขว่คว้า! ดึงกิจกรรมที่ทำ มาใส่พอร์ต 

แป้มตัดสินใจจะเข้าคณะจิตวิทยาจริง ๆ ก็ตอนม.6 แรงบันดาลใจมาจากการที่แป้มมีน้องเป็นเด็กพิเศษ จึงอยากช่วยรักษาน้อง รวมถึงแป้มทำกิจกรรมเยอะ เลยรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร พอดีได้ไป Open House แล้วได้ทำความรู้จักกับคณะจิตวิทยา ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก็เริ่มสนใจและเริ่มศึกษาจริงจัง

แล้วพอแป้มรู้ว่าตัวเองอยากเรียนจิตวิทยา แป้มก็เอากิจกรรมที่แป้มทำ เช่น งานกีฬาสี กิจกรรมเข้าค่ายมาใส่พอร์ต เพราะแป้มอยู่หลักสูตร Intensive English Program เลยมีกิจกรรมเข้าค่ายตลอด

เมื่อตั้งใจจะทำพอร์ตเจ๋ง ๆ แป้มก็ศึกษาว่าคณะจิตวิทยาต้องการพอร์ตแบบไหน พอร์ตของคณะจิตวิทยาไม่ได้เคร่งครัดหรืออยากเห็นอะไรเป็นพิเศษ แต่เขาอยากรู้ว่าเราเป็นคนยังไงมากกว่า แป้มเลยใส่ผลงานที่แป้มภูมิใจเอาไว้ช่วงหน้า ๆ เพื่อจะได้เล่าให้คณะกรรมการฟังตั้งแต่เริ่มต้น

 

ฟิตสมอง ด้วยการวาง Timeline การอ่านหนังสือ

เทคนิคของแป้ม คือ สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ O-net , สอบ GAT-PAT แป้มไม่อ่านหนังสือ เพราะแป้มจะรู้สึกเครียด และเรามีการเตรียมตัวมาประมาณนึงแล้ว  

แต่ก่อนจะพักนั้นแป้มจะวางแผนเตรียมตัวสอบไว้เลยว่า…

เปิดเทอม : วันธรรมดาจะทำการบ้าน ถ้ามีเวลาเหลือจะอ่านหนังสือเตรียมสอบ โดยปรับตารางเวลาว่าอันไหนควรอ่านก่อน - หลัง , ฝึกทำโจทย์วันละกี่ข้อ - กี่ชั่วโมง

เสาร์-อาทิตย์ : เรียนพิเศษ เช่น วิทย์ คณิต และ มีเรียนพิเศษภาษาอังกฤษบ้าง โดยเสาร์ -อาทิตย์ เราจะจัดตารางให้รีแลกซ์หน่อย เพราะเราเรียนพิเศษไปแล้ว

 

 

เทคนิคอ่านหนังฉบับแป้ม  ณนิฐตา ทำตามได้ แค่รู้ตัวเอง!

วิธีนี้เป็นวิธีที่เวิร์กสำหรับแป้มเลย คือ การรู้ตัวเองว่าชอบอ่านหนังสือในบรรยากาศแบบไหน ที่จะทำให้เรามีสมาธิ และไม่เคร่งเครียด เช่น ชอบอ่านหนังสือในห้องแอร์ และเปิดเพลงฟังไปด้วย ถ้าวิชาไหนเน้นท่องจำ แป้มก็จะแปะโพสต์อิทไว้ทั่วบ้านเลย ส่วนวิชาไหนที่ต้องใช้ความเข้าใจ แป้มก็จะจดย่อ ๆ เหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง

และมีอีกทริคที่อยากฝากให้น้อง ๆ AFTERKLASS คือ แป้มติวทาง YouTube ด้วย คือ เปิดหาเองเลยว่าจะเรียนเรื่องอะไร อย่างเรื่องคำศัพท์ แป้มก็เสิร์ช “SAT English Vocabulary” แล้วก็นั่งเรียน จดศัพท์ ฝึกท่องตลอด

และสิ่งสำคัญคือ แป้มจะทำให้ตัวเองไม่ลืมภาษาอังกฤษ แป้มจะหาอ่านตลอด อย่างเช่น Pocket Book ให้สมองได้จดจำ Structure โครงสร้างของคำต่าง ๆ

 

หัวใจเต้นตึกตัก ตอนรู้ว่าติดจิตวิทยา จุฬาฯ  

ตอนติดคือดีใจมาก ไม่คิดว่าตัวเองจะติด แล้วเราเลือกคณะจิตวิทยา จุฬาฯ เป็นอันดับแรกด้วย ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีเลย

ตอนสัมภาษณ์เป็นไงมั่ง

มีอาจารย์มานั่งประมาณ 2-3 ท่าน ถามเกี่ยวกับแรงบันดาลใจที่อยากเข้าคณะนี้ ทำไมถึงเข้าคณะจิตวิทยา ฯลฯ  เป็นคำถามทั่ว ๆ ไปเลย

 

เรียนจิตวิทยา สนุก คุ้ม ได้ทุกประสบการณ์

สิ่งที่แป้มต้องปรับตัวหลังจากเรียนจิตวิทยาไปสักพัก คือ แป้มต้องรักการทำวิจัยมากขึ้น เพราะคณะนี้เน้นการทำวิจัย แต่วิจัยที่แป้มทำยังอยู่ในระดับเบสิค ไม่ได้ลึกอะไรมากนัก แต่คือทำวิจัยบ่อยมาก ดังนั้น ใครมาเรียนคณะนี้ต้องทำใจไว้นะ แต่ถ้าน้องเรียนไปสักพักน้องจะรู้สึกขอบคุณตัวเองที่มุ่งมั่นและตั้งใจมาก

อยากบอกน้อง ๆ ที่อยากเรียนคณะนี้ว่า “คณะจิตวิทยาใช้ภาษาอังกฤษเยอะนะ เพราะต้องอ่านงานวิจัยของเมืองนอก”

 

แล้วเรื่องเพื่อนล่ะ ?

ตอนปี 1 เป็นประธานรุ่น เลยทำให้สนิทกับเพื่อนได้เร็วมาก รู้จักหมด ทุกคน Nice มาก ทำให้บรรยากาศการเรียนอบอุ่น

 

วิชาที่ต้องเรียน

ปี 1-2 จะเรียนวิชาพื้นฐาน เช่น สถิติ ชีวะ ชีวะแลปส์ ฟิสิกส์ สังคม ปรัชญา

ปี 3 จะเริ่มให้เลือกสาขาและว่าเราสนใจวิชาไหน เช่น ประสาทวิทยา จิตวิทยาพัฒนาการ และยังสามารถเลือกเรียนวิชาโทนอกคณะด้วยนะ แป้มเลยเลือกเรียนโทนิเทศศาสตร์

 

จิตวิทยาประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง

ทำได้หลากหลายเลย ถ้าเน้นเรื่องคน เช่น นักจิตวิทยาที่ให้คำปรึกษา ซึ่งจะต้องไปสอบใบประกาศโรคศิลป์

ถ้าเป็นจิตวิทยาประยุกต์ เช่น นักจิตวิทยาอุตสาหกรรม , นักจิตวิทยาองค์กร , นักจิตวิทยาพัฒนาการ ก็สามารถทำงานในบริษัทได้

 

จิตแพทย์กับจิตวิทยา เหมือนหรือแตกต่างกันมั้ย ?

จิตแพทย์ หน้าที่ คือเป็นผู้วินิจฉัยโรค ให้คำปรึกษา รักษาอาการป่วยทางจิต สามารถสั่งจ่ายยาได้

แต่จิตวิทยา หน้าที่ คือ เน้นเรื่องการบำบัดให้ผู้ป่วยควบคุมอารมณ์ รับมือกับปัญหาทางอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น และให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความสุข ไม่สามารถสั่งจ่ายยาได้

 

ทิ้งท้ายให้กำลังใจ ฝากถึงน้อง ๆ AFTERKLASS ที่กำลังเคว้งคว้างเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

น้อง ๆ ต้องใช้เวลาและหาสิ่งที่เราสนใจจริง ๆ ซึ่งมันจะเป็นคำตอบว่าเราชอบอะไร เราอยากเรียนด้านไหน ซึ่งอยากให้น้อง ๆ ลองใช้เวลาในการค้นหาตัวเองให้เจอ แต่ก็ไม่อยากให้กดดันตัวเองจนมากเกินไป และแป้มก็มองว่า เดี๋ยวนี้เขาไม่ต้องการคนที่เก่งด้านใดด้านหนึ่ง แต่เขาต้องการคนที่มีความรู้หลากหลาย แป้มเลยอยากให้น้อง ๆ เก็บเกี่ยวความรู้ในทุก ๆ ด้านให้มากที่สุด

 

อ่านบทสัมภาษณ์จบ รู้สึกเริ่มมีกำลังใจ มีทริคในการเตรียมตัวสอบแล้วใช่มั้ยล่ะ อย่าลืมนำเทคนิคดี ๆ จากพี่แป้มปรับใช้ แล้วถ้าน้อง ๆ คนไหน รู้สึกว่าตัวเองมีความชอบเนจิตวิทยา ก็รีบเตรียมตัว เพื่อคณะในฝันนะ

 

อัปเกรดความรู้ฟรี แลกของไม่เสียงตัง สมัครสมาชิก คลิกเลย

สมัครสมาชิก

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (3)

{

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุกกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อ ถือว่าคุณยินยอมให้มีการใช้งานคุกกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้
ไม่ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้