มีใครรู้จักโครงการ Work & Travel ของ Disney World บ้างไหมคะ? โครงการ Work & Travel นี้เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้ลองทำงานเพิ่มประสบการณ์พร้อมกับฝึกภาษาอังกฤษและท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาไปพร้อมๆ กัน วันนี้เราเลยขอนำเทคนิคการสอบสัมภาษณ์โครงการ Work & Travel ของ Disney World มาฝากทุกๆ คน เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับใครที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ ^^

ก่อนที่เราจะมาเริ่มกัน เราขออธิบายเรื่องวิธีการสมัครสักเล็กน้อยแล้วกันนะคะ

 

วิธีการสมัคร

  1. เราจะต้องจอง Road show เพื่อฟังรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการผ่านทางเพจเฟสบุ๊ก Londonhouse Chiangmai ก่อนค่ะ ซึ่งสิ่งที่เราต้องแจ้งเขาผ่านทางแมสเซ็นเจอร์มีดังนี้ 1.) ชื่อ-นามสกุล 2.) มหาวิทยาลัย 3.) เบอร์ติดต่อ 4.) รอบที่สนใจ ถ้าเราจองทัน เขาจะตอบกลับมาภายใน 48 ชม. ค่ะ
  2. หลังจากที่จบ Road show แล้ว เขาจึงจะให้รหัสสำหรับกรอกใบสมัครออนไลน์กับเรา
  3. เมื่อเรากรอกใบสมัครเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะส่งอีเมลยืนยันให้เรามาสัมภาษณ์ในรอบที่ 1 ค่ะ

เปิดจอง Road Show : กรกฎาคม - สิงหาคม

สัมภาษณ์ รอบ 1 และ 2 : กันยายน - ตุลาคม

การสอบสัมภาษณ์จะมีทั้งหมด 2 รอบ ซึ่งรอบแรกนั้นจะเน้นการทดสอบระดับภาษาอังกฤษของเราในขณะที่รอบที่สองนั้นจะเน้นการพูดคุยเพื่อให้มั่นใจว่าเราสามารถไปทำงานที่ต่างประเทศร่วมกับคนอื่นๆ ได้หรือไม่ค่ะ

 

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ  > <

  1. คำถามที่ทุกคนจะต้องเจออย่างแน่นอนในการสัมภาษณ์ไม่ว่าจะเป็นรอบแรกหรือว่ารอบสองก็คือ การขอให้แนะนำตัวเอง ดังนั้น ถ้าหากว่าเราอยากให้ตนเองเป็นที่น่าสนใจกับคณะกรรมการ เราก็ควรจะใช้โอกาสนี้ในการโปรโมทตัวเองให้เต็มที่ค่ะ
  2. เนื่องจากว่าในรอบแรกนั้นเป็นการทดสอบทักษะภาษา ดังนั้นเราต้องเข้าใจสิ่งที่เขาถามอย่างถ่องแท้ เพื่อที่จะได้สามารถตอบคำถามเขาได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากไม่เข้าใจคำถามหรือว่าไม่มั่นใจว่าเขาถามว่าอะไร ควรขอให้เขาทวนคำถามให้อีกรอบ ดีกว่าพยายามตอบไปแบบไม่มั่นใจ เพราะถ้าเราตอบไม่ตรงคำถาม นั่นก็หมายความว่าเราไม่สามารถสื่อสารกับเขาได้ดีพอค่ะ
  3. เราควรจำสิ่งที่เราเขียนไปในเรซูเม่  (Resume) ให้ได้ด้วยค่ะ เพราะว่าในรอบแรกนั้น คำถามบางคำถามก็มักจะมาจากสิ่งที่เราเขียนลงไปในเรซูเม่ เช่น ถ้าเราเคยไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศมา เขาก็จะถามว่าเราได้อะไรจากการแลกเปลี่ยนนั้นบ้าง หรือว่าวัฒนธรรมของประเทศที่เราไปนั้นแตกต่างจากบ้านเราอย่างไร ดังนั้นเราอาจจะต้องเตรียมตัวตอบคำถามต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลที่เราเขียนไว้ด้วยค่ะ
  4. คำถามยอดฮิตซึ่งหลายๆ คนมักเจอในรอบแรกก็คือ รู้จักโครงการนี้ได้อย่างไรและทำไมถึงอยากเข้าร่วมโครงการนี้ เราคิดว่านี่เป็นว่าการทดสอบว่าเราสนใจอยากเข้าร่วมโครงการของเขามากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากทำให้เขารู้สึกว่าเราสนใจและอยากจะไปโครงการนี้จริงๆ เราก็ต้องพยายามสื่อสารให้เขาได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นคำตอบของเรา น้ำเสียง หรือสีหน้าท่าทางก็ ต้องแสดงออกมาให้เต็มที่เลยค่ะ
  5. ส่วนในรอบที่สองนั้น คำถามซึ่งคนส่วนใหญ่มักถูกถามก็จะหนีไม่พ้นคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานของเราในมหาวิทยาลัยและการฝึกงานนั่นเองค่ะ เพื่อว่าเขาจะได้มั่นใจได้ว่าเขาจะสามารถไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีวัฒนธรรมและสังคมที่แตกต่างจากเราได้นั่นเองค่ะ ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำก็คือการแสดงให้เขาเห็นว่าเราสามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้นะ เช่นบอกเขาว่าเราเคยทำอะไรมาบ้าง เราทำมันออกมาได้ดีอย่างไร หรือว่าเมื่อเราพบเจอปัญหาในการทำงาน เราสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไรค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องยืนยันว่าเราจะสามารถทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากเขาได้อย่างแน่นอนนั่นเองค่ะ
  6. อีกหนึ่งคำถามซึ่งมักจะถูกถามในรอบที่สองก็คือ เราอยากทำหน้าที่อะไรใน Disney World และเพราะอะไรค่ะ เนื่องจากว่าเขาต้องตัดสินใจว่าเราเหมาะสมกับหน้าที่นั้นๆ ไหมหลังจากที่ได้สัมภาษณ์เพื่อดูทัศนคติและบุคลิกภาพของเรา ดังนั้นเราต้องเตรียมคำตอบของเราให้ดีว่าทำไมเราถึงเหมาะสมกับหน้าที่นั้นๆ พยายามทำให้เขาเชื่อว่าเราจะทำหน้าที่นั้นได้ดี เช่น ถ้าเราอยากเป็น Performer (นักแสดงโชว์) เราก็ต้องบอกเขาว่าเรามีประสบการณ์การแสดงอย่างไรบ้าง เล่าให้เต็มที่เลยค่ะ
  7. ในรอบที่สองนั้นจะมีหนึ่งคำถามซึ่งอาจจะทำให้เราไปไม่ถูกได้เช่นกัน นั่นก็คือถ้าเราได้ทำหน้าที่ที่อยากจะทำน้อยสุดจะทำอย่างไร เมื่อฟังคำถามจบแล้ว ก็อย่าเพิ่งใจเสียไปนะคะ ให้คิดเสียว่าเขาแค่ลองใจเราเฉยๆ สิ่งที่เราควรทำก็คือ แสดงให้เขาเห็นว่าเรามีทัศนคติการทำงานที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราสามารถรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่เราอาจจะไม่ชอบหรือทำได้ไม่ดี เราเชื่อว่าทัศคติที่ดีนี้จะทำให้เขาเชื่อมั่นว่าเราสามารถทำงานให้เขาได้จริงๆ และตัดสินใจเลือกเราค่ะ
  8. ในบางครั้งผู้สัมภาษณ์ก็อาจจะถามเราได้ว่าเรามีอะไรอยากจะถามเขาไหม ถ้าหากว่าเรามีอะไรสงสัยก็สามารถถามเกี่ยวกับโครงการออกไปได้เลยค่ะ เพราะการที่เราถามคำถามก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันว่าเราสนใจอยากจะไปจริงๆ เราจึงได้ศึกษาข้อมูลมาบ้างแล้วว่าเราจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง เราจึงสามารถนำข้อสงสัยเหล่านั้นมาถามเขาได้นั่นเองค่ะ
  9. บางคนก็อาจจะเจอคำถามที่เราอาจจะคาดไม่ถึง ไม่เหมือนคำถามที่รุ่นพี่ปีก่อนๆ เคยมาเล่าหรือรีวิวให้ฟัง ก็อย่าเพิ่งตกใจไป ตั้งสติให้ดี และพยายามตอบให้ได้มากที่สุด เราเชื่อว่าเขาจะเห็นถึงความพยายามในการตอบคำถามของเราแน่นอนค่ะ
  10. สิ่งที่สำคัญที่สุดในการสัมภาษณ์ทั้งสองรอบก็คือ รอยยิ้มค่ะ เราควรที่จะยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดการสัมภาษณ์ค่ะ เพราะว่างานที่เราจะไปทำนั้นเป็นงานในสวนสนุกและ Disney World ยังมีคติที่ว่า “We create happiness” ดังนั้นรอยยิ้มของเราซึ่งสามารถแสดงให้เห็นถึงความสุขจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำงานใน Disney World ค่ะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ ไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนเลยใช่ไหมล่ะคะ เราหวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คนที่อยากเข้าร่วมโครงการนี้นะคะ สู้ๆ ค่ะ เราเป็นกำลังใจให้ ^^ และถ้าหากใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ www.londonhouse-cm.com หรือเพจเฟสบุ๊ก Londonhouse Chiangmai ได้นะคะ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (2)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้