ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ประเทศจีนและภาษาจีน เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะในแง่ของการทำธุรกิจ การทำงาน หรือจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หลั่งไหลเข้ามาในไทยเพิ่มมากขึ้นทุกปี ตัวเราเองก็ยอมรับเลยว่า กว่าที่ทักษะด้านภาษาจีนจะพัฒนามาไกลขนาดนี้ไม่ง่ายเลย ท้อมาก็บ่อย ถอยมาก็มาก และเพื่อไม่ให้น้อง ๆ ที่มีใจรัก อยากพัฒนาศักยภาพด้านภาษาของตน รวมไปถึงน้อง ๆ ที่กำลังตัดสินใจจะเรียนภาษาจีนไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับที่เราเคยเจอ วันนี้เราจึงมาขอแบ่งปันเทคนิค การเริ่มต้นเรียนภาษาจีน ที่รับรองว่าใช้ได้ผลและประหยัดเวลาไปเท่าตัว!

 

1. เรียนทำไม เรียนเพื่ออะไร?

เราควรตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการเรียนภาษาจีนไปเพื่ออะไร เพื่อการทำงาน เพื่อสอบชิงทุน หรือความสนใจส่วนตัว เพราะจะทำให้เราวางแผนการเรียนและโฟกัสได้ถูกจุดว่าควรจะต้องเริ่มต้นเรียนทางด้านไหนก่อน และควรพัฒนาไปถึงระดับไหนจึงจะถือว่าเป็นอันใช้ได้ โดยไม่ต้องกดดันตัวเองจนเกินไป เช่น หากเรียนเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานหรือค้าขาย ก็อาจเน้นไปที่การสนทนาหรือศัพท์จีนเพื่อธุรกิจเป็นหลัก หากเรียนเพื่อไปเรียนต่อหรือยึดเป็นอาชีพหลัก ก็ควรเข้าคอร์สที่เริ่มปูพื้นฐานตั้งแต่การฟัง พูด อ่าน เขียน ซึ่งเดี๋ยวนี้มีทั้งสถาบันสอนภาษาจีนและครูสอนพิเศษตัวต่อตัวเป็นทางเลือกให้เราอยู่เยอะมาก

 

2. รู้ ‘พินอิน’ มีชัยไปกว่าครึ่ง

สิ่งที่เป็นหัวใจหลัก หรือเรียกได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนภาษาจีนเลยคือ พินอิน (拼音Pīnyīn) คือการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษในการสะกดและเทียบอ่านออกเสียงตัวอักษรจีนนั่นเอง บางคนเคยมาปรึกษากับเราว่าขอข้ามพินอินไปเลยได้มั้ย ถนัดจำเป็นคำ ๆ ตัว ๆ มากกว่า ถ้าจะให้เปรียบ ก็เหมือนคุณกำลังปิดตาแล้วใช้ไม้เท้าเดินคลำทางไปเรื่อย ๆ ในระยะสั้นคุณอาจจำคำศัพท์เหล่านั้นได้ แต่พอถึงจุด ๆ นึงที่สมองของคุณเริ่มรับไม่ไหวกับจำนวนศัพท์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อเถอะว่าพินอินจะทำให้การเรียนภาษาจีนของคุณง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว

 

3. สื่อจีนมีอยู่ทุกที่ ใช้ซะ!

การเรียนภาษาจีนในยุคนี้ไม่ยุ่งยากเหมือนสมัยก่อนและมีช่องทางให้เรียนรู้มากมาย การดูหนัง ฟังเพลง ดูละคร ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น YouTube, Youku หรือ iQiyi หรือเรียนด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ เช่น ChineseSkill, HSK Online หรือ Word Match ก็ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เราคุ้นเคยกับภาษาได้รวดเร็วขึ้น ฟังและจำอักษรได้ง่ายขึ้นแถมไม่น่าเบื่ออีกต่างหาก และการเข้าร่วมกรุ๊ปต่าง ๆ ในเฟซบุ๊ก เช่น กลุ่มคนรักภาษาจีน กลุ่มประวัติศาสตร์จีน กลุ่มทุนเรียนจีน นอกจากจะได้ทบทวนภาษาจีนแล้ว เราอาจได้เพื่อนใหม่ทั้งชาวไทยและชาวจีนมาแลกเปลี่ยนความรู้ต่าง ๆ เป็นกำลังใจในการเรียนภาษาได้ดีอีกด้วย

 

4. มาจีนได้ก็มาเลย

ถ้าน้อง ๆ คนไหนมีโอกาสหรือมีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอ การมาเข้าคอร์สเรียนภาษาไม่ว่าจะระยะสั้นหรือยาวที่ประเทศจีนถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจและได้ผลเร็ว เนื่องจากสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ต่าง ๆ จะบีบบังคับให้เราต้องใช้ภาษาในทุก ๆ วัน เช่น การไปซื้อของที่ตลาด เดินหลงทางต้องถามทางคนแถวนั้น หรือสนทนากับเพื่อนชาวจีนหรือชาวต่างชาติ

โดยมหาวิทยาลัยจีนที่เปิดสอนคอร์สภาษาสำหรับชาวต่างชาตินั้นมีให้เลือกอยู่ทุกที่ทั่วประเทศจีน แต่ราคาและรูปแบบของโปรแกรมจะแตกต่างกันออกไป ให้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจของตนเอง และมหาวิทยาลัยจีนที่เน้นด้านการสอนภาษาก็จะมี Beijing Language and Culture University (北京语言大学), Shanghai International Studies University (上海外国语大学) และ Guangdong University of Foreign Studies (广东外语外贸大学) เป็นต้น

 

5. ผิดนิด เพี้ยนหน่อย อย่าตกใจ

ตามที่เรารู้กันดีว่าเมืองจีนเป็นประเทศใหญ่ที่มีหลายมณฑลและหลากหลายเผ่าพันธุ์ ดังนั้นไม่ต้องตื่นตระหนกหรือตกใจหากเจอคนจีนที่สนทนาด้วยออกเสียงไม่เหมือนกับที่เรียนมา เช่น คนกวางโจวมักจะใช้ภาษากวางตุ้ง  (粤语 Yuèyǔ) เป็นหลัก ทำให้การออกเสียงในบางครั้งอาจเพี้ยนไปจากภาษาจีนกลางได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว ภาษาจีนกลางหรือแมนดาริน (普通话 Pǔtōnghuà) ยังคงถือเป็นภาษาราชการที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปในประเทศ

 

ไม่ว่าจะเริ่มเรียนภาษาจีนด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราก็ขอให้น้อง ๆ ทุกคนที่มีใจแน่วแน่และมีความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเอง ประสบความสำเร็จและมีความสุข สนุกกับการเรียนภาษาจีน แล้วน้อง ๆ จะรู้ว่าภาษาจีนไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน 😉 加油!(สู้ สู้!)

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (3)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้