เวลาที่น้อง ๆ อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ ประเทศที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันก็คงจะหนีไม่พ้นประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ จีน หรือญี่ปุ่นใช่ไหมล่ะคะ แต่น้อง ๆ รู้หรือไม่ว่าประเทศนิวซีแลนด์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยนะ>< วันนี้เราจึงขออาสาพาทุก ๆ คนไปทำความรู้จักกับการศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ให้มากยิ่งขึ้น รับรองว่าใครที่กำลังสนใจอยากไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่นั้น จะได้ตัวเลือกที่ดีไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ตามมาเลยค่ะ!

 

ทำไมต้องประเทศนิวซีแลนด์?

1. ระบบการศึกษาแนวหน้าของโลก

อย่างที่รู้กันดีว่าประเทศนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วโลกว่ามีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดประเทศหนึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมมีคนจำนวนไม่น้อยที่สนใจศึกษาต่อในประเทศนี้

ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ

  1. ระดับก่อนปฐมวัย (ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยที่จะต้องเข้าโรงเรียน)
  2. ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (ตั้งแต่อายุ 5 ปี ถึง 19 ปี)
  3. ระดับการศึกษาขั้นสูง (การศึกษาขั้นสูงกว่าระดับมัธยมศึกษา)

ในระดับประถมศึกษา นักเรียนทุกคนจะศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาประจำชาติ (New Zealand National Education) ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ศิลปะ พลศึกษาและสุขศึกษา ภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์และสถิติ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์และเทคโนโลยี คล้าย ๆ กับบ้านเรา

ในระดับมัธยมศึกษา  นักเรียนส่วนมากจะศึกษาตามหลักสูตร NZQA (New Zealand Qualification Authority) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่รองรับคุณวุฒิให้กับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาและสามารถใช้เพื่อศึกษาต่อทั้งในประเทศนิวซีแลนด์และประเทศอื่น ๆ ได้อีกด้วย โดยระบบ NZQA นี้จะมีการเรียนถึง 7 ปี ก็คือ Year 7 – Year 13 ซึ่งแตกต่างกับประเทศไทยที่เรียน 6 ปี (ม.1 - ม.6) จึงทำให้ผู้ที่เรียนต่อในระดับปริญญาตรีในประเทศนิวซีแลนด์จะเรียนเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น

 

*** ดังนั้นผู้ที่สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีจึงจะต้องมีใบรับรองการจบการศึกษาในระดับชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยก่อน แต่ถ้าหากมีเพียงวุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็จำเป็นต้องเข้าเรียนหลักสูตร Foundation Studies Programme ก่อน หรือเข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษา ใน Year 13 ก่อนจึงจะสามารถเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่นี่ได้ ***

 

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษานั้น เราบอกเลยว่าหลักสูตร NZQA นั้นเป็นหลักสูตรที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะว่านอกจากทุก ๆ คนจะสามารถเลือกวิชาเรียนที่ตัวเองสนใจเรียนได้ด้วยตัวเองแล้ว (แต่ก็ยังมีวิชาพื้นฐานที่บังคับอย่าง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษอยู่นะคะ) ที่นิวซีแลนด์ยังมีวิชาที่ไม่มีเปิดสอนในประเทศไทยอีกด้วย เช่น วิชาถ่ายภาพ (Photography) วิชาเศรษฐศาสตร์ (Economics) วิชาธุรกิจศึกษา (Business Studies) หรือวิชาการบัญชี (Accounting) เนื่องจากว่าเขาต้องการให้นักเรียนทุกคนได้ลองดูว่าพวกเขาอยากที่จะศึกษาต่อด้านไหนในอนาคตนั่นเองค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ หลักสูตรนี้สามารถยืดหยุ่นได้ตามความสามารถของน้อง ๆ อีกด้วยนะคะ เพราะว่าถ้าหากมีวิชาไหนที่น้อง ๆ สามารถทำได้ดีจนอาจารย์เห็นว่าเราสามารถเรียนในระดับที่สูงกว่านี้ได้ เราก็อาจจะได้ย้ายไปเรียนในระดับที่สูงกว่าระดับชั้นของตัวเองได้เลยค่ะ แต่ถ้าหากว่าวิชาใดที่อาจารย์เห็นสมควรว่าจะดีกับตัวน้อง ๆ มากกว่า ถ้าหากอยู่ในระดับที่ต่ำลงไป ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้เช่นกันค่ะ ฟังดูแล้วก็อยากไปเรียนที่นั่นเลยใช่มั้ยล่ะคะ^^

สำหรับใครที่สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ เพราะว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศนิวซีแลนด์นั้นก็มีชื่อเสียงเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ (University of Auckland) ซึ่งเป็นมหาลัยที่ติดอันดับ Top 15 ของโลกเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีชื่อเสียงอย่างมากในคณะบริหารธุรกิจและการจัดการอีกด้วย หรือมหาวิทยาลัยโอทาโก้ (University of Otago) ซึ่งติดอันดับ 150 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกมาเป็นระยะเวลานาน

 

2. สภาพอากาศที่อบอุ่นตลอดทั้งปี

ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตอากาศอบอุ่น จึงทำให้สภาพอากาศมีความอบอุ่นตลอดทั้งปี ในฤดูร้อนนั้นก็มีอุณหภูมิที่ไม่ได้ร้อนจนเกินไป  ยังให้ความรู้สึกเย็นสบายเหมือนกับเราอยู่ในห้องแอร์เลยค่ะ ในขณะเดียวกันในฤดูหนาวก็ไม่ได้มีอากาศที่หนาวจัดจนถึงกับติดลบสูง ๆ เหมือนกับประเทศอื่น ๆ (แต่ถ้าหากน้อง ๆ อยู่เกาะทางใต้ สภาพอากาศก็จะเย็นกว่าเกาะทางเหนือเล็กน้อยนะคะ เนื่องจากอิทธิพลจากน้ำทะเล)

 

3. ค่าครองชีพที่ไม่สูงเกินไป

ประเทศแห่งนี้ยังมีค่าครองชีพที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งหมายความว่าค่าใช้จ่ายในการศึกษา หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินหรือว่าที่พักก็จะไม่ได้สูงมากจนเอื้อมไม่ถึง นิวซีแลนด์จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีอย่างมากสำหรับใครที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศและมีงบที่จำกัดค่ะ

 

4. บรรยากาศที่สวยงามและผู้คนที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า สถานที่ท่องเที่ยว หรือผู้คน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกศึกษาต่อของใครหลาย ๆ คน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นที่น่าแปลกใจเลยค่ะ เพราะว่านี่คือการเลือกสถานที่ที่เราต้องไปใช้ชีวิตอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่เดือนหรือสองเดือน แต่ว่านานเป็นปี ดังนั้นเราก็ควรที่จะต้องศึกษาผู้คนหรือว่าสภาพแวดล้อมที่เราจะไปอยู่ก่อนใช่ไหมล่ะคะ ^^

สำหรับใครชื่นชอบประเทศที่มีธรรมชาติแต่ก็ทิ้งชีวิตในเมืองไม่ได้ นิวซีแลนด์ตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอนค่ะ เพราะว่าประเทศนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมาก และน้อง ๆ ก็ยังสามารถเอนจอยกับชีวิตในเมือง ไปชอปปิง ดูหนัง กินข้าว ยิ่งไปกว่านั้นผู้คนก็เปิดรับความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมมาก ๆ เลยล่ะค่ะ จึงทำให้เรารู้สึกไม่อึดอัดกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปและสามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายค่ะ

 

5. ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย

น้อง ๆ รู้หรือไม่คะว่าในปี 2019 นี้ ประเทศนิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศไอซ์แลนด์เลยนะคะ ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่มีระบบการปราบปรามการกระทำความผิดซึ่งมีประสิทธิภาพและการที่ไม่ค่อยมีความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้นการศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์จึงเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับเด็กมัธยมที่ต้องการศึกษาในต่างประเทศ แต่ก็ไม่ได้มีเพียงแค่นักเรียนในระดับมัธยมนะคะ เพราะว่าชื่อเสียงทางด้านความปลอดภัยของที่นี่ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจของหลาย ๆ คนที่มาศึกษาต่อในระดับปริญญาที่ประเทศแห่งนี้เช่นเดียวกัน

 

การเตรียมตัว

สำหรับเรื่องภาษา น้อง ๆ หลายคนอาจจะกังวลว่าถ้าทักษะภาษาอังกฤษของเราไม่ค่อยดีนัก จะสามารถศึกษาต่อที่นี่ได้ไหม ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะว่าอย่างที่พี่บอกไปว่าคนที่นี่ค่อนข้างเปิดรับวัฒนธรรมที่แตกต่าง เขาจะพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราพยายามจะสื่อสารอย่างแน่นอนค่ะ แต่สิ่งที่น้อง ๆ อาจจะต้องปรับตัวบ้างเล็กน้อย ก็คือคำศัพท์บางคำที่เขาใช้กันอาจจะเป็นสำเนียงบริติชอิงลิช เช่น ‘tomato’ คนไทยส่วนใหญ่มักจะคุ้นชินกับสำเนียงอเมริกันอิงลิช ซึ่งออกเสียงว่า ‘โทเมโท’ แต่ที่นิวซีแลนด์นั้นเขาจะออกเสียงว่า ‘โทมาโท’ แต่ความหมายก็คือมะเขือเทศเหมือนกันค่ะ อย่างไรก็ตามถ้าหากใครที่สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญา เราก็ขอแนะนำว่าต้องเตรียมตัวสำหรับสอบ IELTS หรือ TOEFL ไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ เนื่องจากว่าการที่จะยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ได้นั้น จะต้องมีคะแนน IELTS หรือ TOEFL ถึงเกณฑ์ที่กำหนดค่ะ

สิ่งสำคัญอีกอย่างเลยก็คือ อาหารการกิน เนื่องจากว่าอาหารการกินของประเทศนิวซีแลนด์ค่อนข้างจะแตกต่างกับประเทศไทย ในตอนเช้าเขามักจะนิยมทานนมกับซีเรียล หรือว่าโอ๊ตมีล ส่วนมื้อกลางวันเขามักจะทำแซนด์วิชไปทานที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่ามีราคาถูกกว่าอาหารในโรงอาหารนั่นเองค่ะ และในมื้อเย็นนั้นก็จะเป็นอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของวัน เมนูที่เขานิยมกันก็จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละบ้าน เช่น สเต็ก ฟิชแอนด์ชิปส์ และอื่น ๆ ดังนั้นน้อง ๆ จึงจำเป็นจะต้องปรับตัวเรื่องนี้กันเล็กน้อย เพราะอาหารที่เขาทานนั้นอาจจะไม่ได้มีรสชาติเหมือนกันกับบ้านเรา ถ้าหากใครคิดถึงอาหารรสจัดหรืออาหารไทย เราก็แนะนำว่าให้ซื้อผงปรุงรสสำหรับทำเมนูต่าง ๆ ทำเองที่นี่ด้วยก็ได้ค่ะ ^^

สำหรับการแต่งกาย เนื่องจากว่าประเทศนิวซีแลนด์มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี ในฤดูหนาว ถึงแม้ว่าจะไม่หนาวจนเกินไป แต่เมื่อเทียบกับบ้านเราแล้วก็ถือว่าค่อนข้างหนาว เราขอแนะนำให้ทุก ๆ คนเตรียมเสื้อและกางเกงฮีทเทคไปด้วยค่ะ และที่สำคัญเลยก็คือเสื้อกันหนาวที่สามารถใส่กันลมและกันฝนได้ในตัวเดียวกัน เนื่องจากว่าในเวลาที่ฝนตกนั้น ลมมักจะค่อนข้างแรงมากจนเราไม่สามารถกางร่มได้นั่นเองค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เป็นประเทศที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ > < ถ้าหากน้อง ๆ คนใดสนใจที่จะศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ ก็สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์เหล่านี้เลยนะ >> https://www.oecglobal.com/NZ/nz_abroad_university.html และ https://www.oecglobal.com/NZ/NZ_study_in_NZ.html

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (3)

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง
เรามีการเก็บข้อมูลของคุณเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ (คุ้กกี้) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณกลับเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเราในครั้งต่อ ๆ ไป หากคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราต่อถือว่ายินยอมให้มีการใช้งานคุ้กกี้ เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับและปิดหน้าต่างนี้