นอกจากการเรียนสายวิทย์-คณิต และสายศิลป์ภาษาที่โรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา หรือการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีทั่วไปแล้วนั้น อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยก็คือ การเรียนต่อใน “สาขาวิชาชีพ” นั่นเอง ซึ่งน้อง ๆ หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า สาขาวิชาชีพ ก็คือการศึกษาต่อในโรงเรียนอาชีวศึกษา ซึ่งจะเป็นการเรียนเฉพาะทาง เน้นให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ตามสาขาที่เรียนมา โดยจะมีหลักสูตร ปวช. และ ปวส.

สำหรับใครที่ยังงง ๆ อยู่บ้างว่า ปวช. และ ปวส. ย่อมาจากอะไร? และแตกต่างกันยังไง? วันนี้พี่ไซน์มีคำตอบมาให้แล้ว!

 

หลักสูตร ปวช. ย่อมาจากคำว่า หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ เป็นหลักสูตรที่เรียนเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยที่เมื่อเรียนจบแล้ว จะมีวุฒิการศึกษาเทียบเท่ากับการจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย หรือ ม.6 ซึ่งการจะเข้าเรียนนั้นก็ต้องเรียนจบในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ ม.3 ก่อนนะถึงจะเลือกเรียนต่อ ปวช. ได้

หลักสูตร ปวส. ย่อมาจากคำว่า หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เป็นหลักสูตรที่เรียนเป็นระยะเวลา 2 ปี เรียนจบแล้วจะมีวุฒิการศึกษาเทียบเท่ากับระดับมหาวิทยาลัยปี 2 นั่นเอง โดยผู้ที่เรียนจบหลักสูตร ปวช. แล้วนั้น สามารถศึกษาต่อให้สูงขึ้นได้ในระดับ ปวส. นี้

 

เด็กสายอาชีพ เรียนสาขาไหนมีตำแหน่งงานรองรับเยอะกันนะ?

ปัจจุบันนี้ เด็กที่จบสายอาชีพเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมาก ยิ่งบางสายงานมีความต้องการเด็กสายอาชีพ เป็นสัดส่วนที่มากกว่าเด็กจบจากมหาวิทยาลัยอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว และสาขาที่เรียกได้ว่าฮอตฮิต เป็นที่แย่งตัวกันสุด ๆ ก็คือ

1. ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีความต้องการบุคลากรทั้งหมด 16,920 อัตรา โดยแบ่งเป็นผู้ที่จบอาชีวศึกษา 15,179 ตำแหน่ง และผู้ที่จบปริญญาตรี 1,741 ตำแหน่ง ในสายงานนี้จะเป็นการทำงานเกี่ยวกับการบริการด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมนั่นเอง

2. ภาคยานยนต์แห่งอนาคต ต้องการบุคลากรทั้งหมด 53,738 อัตรา ซึ่งแบ่งเป็นผู้ที่จบอาชีวศึกษามากถึง 44,492 ตำแหน่ง จบระดับปริญญาตรี 9,155 ตำแหน่ง และสูงกว่าปริญญาตรี 91 ตำแหน่ง โดยสายงานนี้เป็นงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เช่น พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ อย่างรถยนต์ไร้คนขับ หรือการพัฒนาอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ภายในยานยนต์

3. ภาคการขนส่งระบบราง ต้องการบุคลากรจำนวน 24,246 อัตรา โดยแบ่งเป็นผู้ที่จบจากอาชีวศึกษา 20,589 ตำแหน่ง จบระดับปริญญาตรี 3,230 ตำแหน่ง และสูงกว่าปริญญาตรี 427 ตำแหน่ง สำหรับภาคการขนส่งระบบราง จะเป็นการทำงานเกี่ยวกับการคมนาคมทางรถไฟต่าง ๆ อย่างการพัฒนาระบบราง ระบบไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ไปจนถึงการก่อสร้างนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

 

จุดเด่นของการเรียนสายอาชีพ ที่ไม่มีในสายสามัญ

น้อง ๆ ที่กำลังกลัวว่าเรียนสายอาชีพแล้วจะไม่ดี ได้รับความรู้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือกลัวว่าจะด้อยกว่าสายสามัญ ขอให้คิดใหม่ได้เลย เพราะสายอาชีพเนี่ยแหละ คือของดีที่หลายคนมองข้าม เนื่องจากมีการเรียนการสอนที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้น้อง ๆ คุ้นเคยกับการทำงานจริงและการแก้ปัญหา พร้อมทั้งสร้างทักษะวิชาชีพเฉพาะทาง ซึ่งการเรียนสายอาชีพนี้ จะฝึกทักษะความสามารถให้ติดตัวน้อง ๆ ไปจนถึงตอนเข้าทำงาน ทำให้เป็นคนที่มีประสบการณ์เหมือนเคยทำงานมาแล้ว ทีนี้พอไปสมัครงานที่ไหนก็มีโอกาสเข้าทำงานมากขึ้นนั่นเอง

 

หลังจากได้ทราบข้อมูลของหลักสูตรวิชาชีพกันไปแบบเต็มที่แล้ว หวังว่าจะช่วยให้น้อง ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะว่าจะเลือกเรียนแบบไหน ถ้ามีเป้าหมายชัดเจน รู้แล้วว่าอนาคตอยากทำอาชีพอะไร ก็ลุยให้เต็มที่เลย! แล้วอีกอย่าง การเรียนจบหลักสูตร ปวส. ก็สามารถเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้เหมือนกันนะ ด้วยการเทียบโอนหน่วยกิตจากวุฒิ ปวส. ที่เทียบเท่ากับปี 2 ทำให้ใช้เวลาเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยอีกเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ก็จบออกมาได้วุฒิปริญญาตรีแล้ว ไม่ต้องเริ่มเรียนปี 1 ใหม่ แต่ทั้งนี้ น้อง ๆ ต้องศึกษารายละเอียดการรับสมัครของมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าศึกษาต่อให้ดีก่อนล่ะ ว่ามีหน่วยกิตที่สามารถเทียบโอนได้มั้ย ถ้าสามารถเทียบโอนได้และอยากได้วุฒิปริญญาด้วยก็จัดเลย!

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ (0)

{{comment.comment}}

{{subcomment.comment}}

บทความที่น่าสนใจ

ฮีโร่เดือนนี้

ยกเลิก
ตกลง