AFTERKLASS

Super Hero โอ 5 ก.ย. 2562

การแบ่งเวลาในชีวิตประจำวัน

 

สวัสดีทุกคนอีกครั้งนะ ทุกการเริ่มต้นก็ย่อมมีจุดสิ้นสุด บทความนี้จะเป็นบทความสุดท้ายของเราแล้ว สำหรับวันนี้เราก็จะมาเล่าว่า ใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมงที่เรามีเหมือนทุกคนนั้น เราแบ่งเวลาไปใช้ทำอะไรบ้างหรือมีเคล็ดลับการแบ่งเวลาอย่างไร แต่ก่อนอื่นเราขอเล่าก่อนว่าเราใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง?

เราจะตื่นประมาณ 6.20 น. ทุกวัน พยายามบังคับตัวเองตื่นไปเรียนทุกวันให้ติดเป็นนิสัย แล้วก็รีบทำธุระส่วนตัว เพื่อที่จะได้ขึ้นรถป๊อป (รถที่วิ่งภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับนิสิต บุคลากรภายใน รวมไปถึงคนภายนอกก็สามารถใช้บริการได้ และที่สำคัญ ฟรีด้วยนะทุกคน) ที่ CU iHouse เที่ยว 7.00 น. เพื่อเป็นการประหยัดค่าเดินทางและเป็นการฝึกวินัยไปในตัว แล้วเราก็จะไปถึงที่คณะตอนประมาณ 7.20 น. พร้อมกับไปหาข้าวเช้ากิน ซึ่งข้าวเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมาก ๆ เลยนะ ถึงจะรีบแค่ไหน ก็อยากให้ทุกคนกินข้าวเช้าก่อนทำกิจกรรมต่าง ๆ จากนั้นเราก็เข้าเรียนตอน 8.00 - 12.00 น. เสร็จแล้วก็ออกไปหาข้าวเที่ยงกินแล้วกลับมาเรียนต่อช่วงบ่าย แต่ช่วงนี้มีเรียนผ่าอาจารย์ใหญ่เกือบทุกวัน ซึ่งกว่าจะเสร็จก็ใช้เวลานานมาก ๆ ทำให้กินข้าวเที่ยงไม่ค่อยตรงเวลาสักเท่าไหร่555 แล้วก็มีเรียนต่ออีก เลิกประมาณ 16.00 น.

หลังจากนั้นเราก็จะกลับหอไปทำสรุป อ่านหนังสือนิดหน่อย เพื่อทบทวนสิ่งที่เรียนในวันนี้ แล้วก็เตรียมตัวไปหาอะไรสนุก ๆ ทำคลายเครียด เรามักจะไปตีแบดมินตันกับแก๊งเราตอนประมาณ 19.00 น. ซึ่งมีทั้งอาจารย์หมอ พี่แพทย์ประจำบ้าน หรือพี่ ๆ บุคลากรของรพ. (พี่ ๆ เขาตีกันโหดมาก) หลังจากเลิกตีแบดประมาณ 21.00 น. ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องกลับมาอ่านหนังสือต่อ TT แต่ถ้าวันไหนมีเนื้อหาที่ต้องอ่านเยอะมาก ๆ  เราก็จะใช้วิธีนอนพักประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยตื่นมาอ่าน หรือเปลี่ยนจากการนอนเป็นการออกไปวิ่งที่ส่วนข้าง ๆ ประมาณ 15-30 นาที แล้วในทุก ๆ วันเราก็จะนอนไม่เกินเที่ยงคืนครึ่ง เวลานอนรวมทั้งหมดประมาณ 6 ชม. เพราะการพักผ่อนก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

 

 ตารางเวลาคร่าว ๆ ของเรา

 

เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ

1. เราจะไม่อ่านหนังสือติดกันเกิน 3 ชั่วโมง

2. ในหนึ่งสัปดาห์ เราจะมีเวลาสำหรับการออกกำลังกายอย่างน้อย 2 วัน

3. เราจะเว้นเวลาช่วงเย็นวันอาทิตย์ ในการทำอะไรก็ได้ที่เราอยากทำ เพื่อเป็นการพักผ่อนและให้เวลากับตัวเอง

4. เราจะนอนอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง

 

เคล็ดลับการแบ่งเวลาของเรา

1. ทุกการทำงานต้องมีการพักผ่อน

เมื่อเรารู้แล้วว่าตัวเองต้องนอนกี่ชั่วโมงต่อวันถึงจะเพียงพอ ก็จะทำให้เรารู้ว่าเราต้องนอนกี่โมง เช่น เราต้องนอนวันละอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และต้องตื่นเวลา 6.20 น. ดังนั้นเราก็จะพยายามนอนตอนประมาณเที่ยงคืน ถึงแม้ว่าบางครั้งจะยังอ่านหนังสือไม่จบก็ตาม เพราะถ้าเราฝืนอ่านหนังสือต่อไปจนเบียดเบียนเวลานอน เราจะไม่สามารถอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่ และยังจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของอีกวันด้วย

 

2. ต้องหมั่นดูแลสุขภาพ

ถึงแม้ว่าภายใน 1 วันของเรา จะเต็มไปด้วยตารางการอ่านหนังสือ หรืองานหลาย ๆ อย่างที่ต้องทำ แต่เราก็จะพยายามแบ่งเวลาไปออกกำลังกาย เช่น ออกไปตีแบด ออกไปวิ่งที่สวน เพราะเราคิดว่าสุขภาพร่างกายก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ที่จะทำให้เราสามารถทำงานหรือเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. ต้องปฏิเสธคนให้เป็น

เมื่อเราโตขึ้น สังคมเราก็จะกว้างขึ้น มีเพื่อนชวนไปทำนู่นนี่อยู่บ่อย ๆ แต่ในบางครั้งเราก็มีธุระที่ต้องทำ แต่เราไม่กล้าปฏิเสธคำเชิญชวน จนทำให้เราเสียโอกาสหรือเสียเวลาที่จะต้องทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ ดังนั้นเราต้องกล้าที่จะปฏิเสธ เพราะถ้าเราทำได้ในครั้งแรก การปฏิเสธเมื่อจำเป็นในครั้งต่อไปก็จะง่ายขึ้น

 

4. อย่าผัดวัน จนติดเป็นนิสัย

โดยส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ถ้ามีครั้งแรกก็มักจะมีครั้งที่ 2 ตามมาได้เช่นกัน เช่น เราตื่นไปเรียนตรงเวลาทุกครั้ง แล้วพอลองไปสายครั้งนึง แล้วรู้สึกว่าไม่ได้มีผลกระทบหรือเสียหายอะไร ซึ่งพอเราเริ่มชินกับการไปสายครั้งนึงแล้ว เราก็จะมีโอกาสไปเรียนสายแบบนี้อีกครั้งได้

 

5. สิ่งไหนทำได้ ก็รีบทำ อย่ารอวันสุดท้าย

หากเราทำงานให้เสร็จในวันสุดท้ายก่อนส่ง เราไม่มีทางรู้อนาคตว่าระหว่างนั้นว่าจะมีงานที่สำคัญกว่าเข้ามาให้เราทำหรือไม่ ถ้ามีงานใหม่เข้ามา ก็มีโอกาสที่เราจะทำทั้ง 2 งานพร้อมกันไม่สำเร็จ ทางที่ดีเราจึงควรรีบ ๆ ทำงานปัจจุบันให้เสร็จ เช่น เวลาเราได้รับงานให้ส่งสัปดาห์หน้า เราก็มักจะทำให้เสร็จหลังจากที่อาจารย์สั่งประมาณ 2-3 วัน

 

6. ควรมีความยืดหยุ่นในเวลา

การที่เราทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามแพลนเสมอก็เป็นเรื่องที่ดี แต่การอยู่ในกฎเกณฑ์มากไปจะทำให้เรารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะกิจกรรมหรือสิ่งที่ทำทุกอย่างล้วนมีเวลาจำกัด ดังนั้นเราควรมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาบ้าง เช่น ถ้าวันไหนรู้สึกว่าไม่สบาย เราก็จะลดภาระงานหรือการอ่านหนังสือในวันนั้นลง และใช้เวลาไปกับการพักผ่อนแทน

 

7. พยายามจัดลำดับความสำคัญของงานที่ทำ

ทำสิ่งที่สำคัญก่อน เพราะสิ่งนั้นสำคัญ เลยต้องรีบทำให้เสร็จก่อน งานรองสามารถรอได้ การที่จะรู้ว่างานไหนสำคัญกว่าก็ดูได้จากหลาย ๆ อย่าง เช่น ใกล้กำหนดส่งงานหรือยัง งานนี้ต้องการความเร่งด่วนหรือไม่

 

8. ควรมีเวลาให้กับสิ่งที่ตัวเองชอบ

การทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเติมพลังให้กับตัวเอง ให้พร้อมรับมือกับการกลับมาทำงานอีกครั้ง เช่น เราชอบไปเที่ยวเมื่อสอบเสร็จ เพราะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ให้กำไรชีวิตหลังจากผ่านศึกอันหนักหนามา และเราก็จะกลับมารู้สึกเฟรช พร้อมรับมือกับศึกต่อไป

 

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ติดตามเรา หวังว่าบทความหรือข้อคิดของเราจะมีประโยชน์กับคนที่ติดตามไม่มากก็น้อยนะครับ :)

  • Tag

  • #เรียนต่อ #Smart Klass #การพัฒนาตนเอง #แอดมิชชั่น #เคล็ดลับการเรียน
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ยกเลิก
ตกลง