AFTERKLASS

เรื่องราวความสุข ของ'คริส การ์ดเนอร์' จากคนไร้บ้านสู่มหาเศรษฐี

T00N 28 ส.ค. 2562

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงเคยได้ยินชื่อภาพยนตร์เรื่อง The Pursuit of Happyness (2006) มาไม่มากก็น้อย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างมาจากชีวิตจริงของการไล่ล่าหาความสุขของคุณพ่อลูกติดอย่าง คริส การ์ดเนอร์ (Chris Gardner) นั่นเอง

 

ชีวิตวัยเด็กของคริส การ์ดเนอร์ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาเติบโตขึ้นโดยพ่อเลี้ยงที่ติดเหล้าและชอบทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว ส่วนแม่ก็ติดคุกข้อหาฉ้อโกงและพยายามฆ่าสามี นั่นทำให้เขาต้องไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็ก การ์ดเนอร์พยายามเรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมศึกษา และได้เข้าประจำการเป็นทหารเรืออยู่นานถึง 4 ปี ก่อนที่เขาจะผันตัวมาเป็นเซลล์แมนขายอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ในนครซานฟรานซิสโก

 

ซึ่งแน่นอนว่าการตระเวนขายเครื่องมือทางการแพทย์นั้นก็ไม่ได้ขายดีซะเท่าไหร่ การ์ดเนอร์ประสบกับปัญหาทางการเงินอย่างหนัก โดนไล่ออกจากบ้านเช่า อีกทั้งภรรยายังมาทิ้งเขาไปอีก ทำให้การ์ดเนอร์และลูกต้องกลายเป็นคนไร้บ้านที่ต้องตระเวนหาที่ซุกหัวนอนกันทุกคืน ทั้งนอนในสวนสาธารณะบ้าง ห้องน้ำสาธารณะบ้าง ไม่ก็ไปขออาหารจากสวัสดิการรัฐฯ ที่ให้กับคนไร้บ้าน เพื่อที่จะให้เขาและลูกมีชีวิตรอดไปได้ในแต่ละวัน ซ้ำร้ายยังเคยติดคุก เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าที่จอดรถอีก

 

คริส การ์ดเนอร์ สอนลูกชายว่า "ถ้ามีความฝัน อย่าให้ใคร แม้แต่โชคชะตา มาบอกว่า คุณทำไม่ได้ เราต้องพยายามจนคว้ามันมาให้ได้ แม้ต้นทุนชีวิตไม่เหมือนกัน แต่อนาคต เราต้องเป็นคนกำหนดด้วยมือเราเอง" ต้องยอมรับเลยว่า คริส การ์ดเนอร์ เป็นหนึ่งในคนที่มองโลกในแง่ดีมาก ๆ เพราะไม่ว่าเขาจะเจอปัญหาอุปสรรคอะไร ชายคนนี้ยังเชื่ออยู่เสมอว่า “ทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้น” พร้อมกับเดินหน้ามุ่งมั่นทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถต่อไป จนจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต คือวันที่เขาได้เข้าไปถามชายขับรถเฟอร์รารี ซึ่งนำรถหรูเข้ามาจอดใกล้ ๆ ตัวเขาว่า ทำงานอาชีพอะไร เมื่อได้รับคำตอบว่าเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การ์ดเนอร์เกิดความสนใจในอาชีพนี้ทันที และชายคนดังกล่าวคือ บ๊อบ บริจด์ (Bob Bridges) แห่งบริษัทดีน วินเทอร์ เรยโนลด์ (บริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์) ซึ่งเป็นชายที่ให้โอกาสคริส เข้ามาสัมภาษณ์ที่บริษัทค้าหุ้นของเขานั่นเอง

 

การ์ดเนอร์ได้โอกาสเข้ารับฝึกงานก่อนที่จะต้องพยายามอย่างหนักต่อไปเพื่อที่จะให้ได้งานจริง ๆ และเมื่อเขาได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัท การ์ดเนอร์เริ่มตั้งตัวได้โดยสามารถเช่าบ้านและส่งลูกเข้าโรงเรียน

 

ในท้ายที่สุด การ์ดเนอร์ก็ได้ออกมาเปิดบริษัทค้าหุ้นเป็นของตัวเอง ชื่อว่า Gardner Rich & Co และกิจการก็ประสบความสำเร็จ เขากลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน และเติมเต็มความสุขให้กับชีวิตได้ อีกทั้งเขายังได้บริจาคเงินจำนวนมากเพื่อองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือคนไร้บ้าน และสนับสนุนองค์กรต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง

 

ทุกวันนี้การ์ดเนอร์ได้ผันตัวเองจากนักธุรกิจมาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกอีกด้วย โดยเขาบอกว่าความเชื่อที่ว่าการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมในวัยเด็กจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของแต่ละคนนั้นไม่จริงเลย เพราะขนาดตัวเขาเองยังสามารถมีวันนี้ได้โดยไม่กลายไปเป็นคนติดเหล้าหรือใช้ชีวิตเหลวแหลกแต่อย่างใด แม่ของเขามักย้ำเตือนกับเขาเสมอว่า เขามีความสามารถที่จะทำได้ทุกอย่าง แม้แต่เป็นเศรษฐีเงินล้านก็ยังได้ ส่วนภรรยาของการ์ดเนอร์ที่เสียชีวิตไปก่อน ก็เป็นผู้ที่ช่วยกระตุ้นเตือนให้เขาเร่งลงมือทำสิ่งที่ดีและสิ่งที่รักก่อนที่ชีวิตอันแสนสั้นจะจบลง ซึ่งทำให้เขาได้คิดทบทวนถึงชีวิตของตนเอง และจะตัดสินใจทำประโยชน์แก่ผู้คนทั่วโลกด้วยการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจในที่สุด

 

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนใครที่สนใจอยากจะรู้เรื่องราวเส้นทางของชีวิตการ์ดเนอร์มากกว่านี้ ก็ลองไปชมภาพยนตร์เรื่อง The Pursuit of Happyness กันได้ รับรองว่าจะได้ข้อคิดมากมาย ทั้งการคิดบวก การแก้ปัญหา ทักษะการขายในการทำงานไปจนถึงการสร้างแรงบันดาลใจอีกด้วย ส่วนใครที่อยากลองมีธุรกิจของตัวเองและสกิลการพูดแบบตริส การ์ดเนอร์บ้าง ก็อย่าลืมมาสมัคร AFTERKLASS Young Gen Business Kamp 2019 ผ่านกิจกรรมสุดมันส์ตลอด 3 วัน 2 คืน ดูรายละเอียดได้ใน link นี้เลย >>> https://www.afterklass.com/post/detail/5602?utm_source=web&utm_medium=banner&utm_campaign=activity&utm_term=130819

  • Tag

  • #ความรู้รอบตัว #การพัฒนาตนเอง #Smart Klass
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ยกเลิก
ตกลง