AFTERKLASS

Super Hero โอ 28 ส.ค. 2562

ชีวิตของการเป็นนิสิตแพทย์ปี 1

 

สวัสดีทุกคนอีกครั้งนะ เราชื่อ วรพงศ์ กิตติอนงค์ (โอ) เป็นนิสิตแพทย์ จุฬาฯ รุ่นที่ 74 วันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในชั้นปีที่ 1 ในรั้วแพทย์จุฬานั่นเอง

 

พวกเราเรียนอะไรกันบ้าง?

ในบทความนี้ เราก็จะพูดถึงการเรียนในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น เพราะในแต่ละมหาวิทยาลัย ก็จะมีหลักสูตรการสอนที่แตกต่างกันไป โดยหลักสูตรที่เราเรียนเป็นหลักสูตรใหม่ ซึ่งนำมาใช้ปีเราเป็นปีที่ 2 เท่านั้นเอง

วิชาที่เรียนในปี 1 เทอม 1 ก็จะมีวิชา Cell Biology เป็นวิชาชีววิทยาคล้าย ๆ สมัยเรียนมัธยมปลาย แต่มีความยากขึ้น และเน้นไปทางด้านเกี่ยวกับการแพทย์มากขึ้น เช่น เซลล์ การขนส่งสารต่าง ๆ หรือสารชีวโมเลกุล ที่มีการสอดแทรกข้อมูลเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ เข้าไปในบทเรียน ส่วนในรายวิชาฟิสิกส์และเคมี จะมีการเรียนการสอนที่แตกต่างไปจากมหาวิทยาลัยอื่นตรงที่ เราจะเรียนวิชาที่เรียกว่า Medical Chemistry กับ Medical Physics ที่เน้นการเรียนเคมีและฟิสิกส์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการแพทย์มากขึ้น เพื่อให้นิสิตเห็นภาพการนำฟิสิกส์และเคมีไปใช้ในทางการแพทย์ เช่น การไหลของเลือด การทำงานของเครื่อง X-Ray แสงในทางการแพทย์ หรือเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี และส่วนสุดท้ายคือ วิชาภาษาอังกฤษ จะมีเรียนอยู่ 2 ตัว คือ Experiential English ที่เรียนเหมือนกันทั้งมหาวิทยาลัย และอีกตัวคือ English for Medical Profession ที่เป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการแพทย์ เรียนเกี่ยวกับรากศัพท์ของคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์  อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ และการซักประวัติผู้ป่วยเป็นภาษาอังกฤษ เป็นต้น ซึ่งเป็นวิชาที่เราคิดว่าดีมาก และเป็นวิชาที่นิสิตแพทย์ในปัจจุบันควรจะใส่ใจ เพราะเนื้อหาสอดคล้องกับสังคมโลกในปัจจุบัน

ส่วนวิชาที่เรียนในปี 1 เทอม 2 เราก็เริ่มเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์มากขึ้นอีก โดยวิชาหลัก ๆ เช่น ชีวเคมีทางการแพทย์และโภชนาการ (เป็นวิชาที่หนักหนาสาหัสมาก ๆ สำหรับปี 1 ) เนื้อเยื่อ ระบบต่อมไร้ท่อ ชีวสถิติ และสุขภาพกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยวิชาเหล่านี้ก็จะมีการสอดแทรกความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคทางการแพทย์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ภาวะความผิดปกติ ยาที่ใช้ในการรักษา ที่ทำให้เราเห็นภาพถึงการนำวิชาเหล่านี้ไปใช้ในอนาคตอีกด้วย อย่างไรก็ตามความหนักและความยากของตัวเนื้อหาก็เพิ่มขึ้นกว่าปี 1 เทอม 1 มาก โดยวิธีที่เราใช้ในการจัดการกับปัญหาในจุดนี้คือ เพิ่มการอ่านหนังสือให้มากขึ้น และตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้มากขึ้น~~

 

ใน 1 วันของชีวิตนิสิตแพทย์ทำอะไรกันบ้าง?

ชีวิตการเรียนก็จะไม่ต่างจากการเรียนมัธยมมากนัก เริ่มเรียน 8 โมงเช้า มีพักกลางวัน แล้วก็เลิกเรียนประมาณ       4 โมงเย็น แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกว่าแตกต่างออกไปก็คือ ความรับผิดชอบในหน้าที่การเรียนของตัวเองที่มีมากขึ้น จากเดิมที่เราไม่เคยอ่านหนังสือทบทวนเลย กลายเป็นคนที่ต้องอ่านหนังสือทบทวน และทำสรุปสิ่งที่เราได้เรียนในทุก ๆ วัน ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงมาจากสังคมที่เปลี่ยนไป สังคมที่ทุกคนล้วนเป็นคนเก่ง ล้วนเป็นคนขยัน ทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องทำ เราต้องอ่านหนังสือให้มากกว่านี้ และอีกสิ่งหนึ่งก็คงมาจากความหนักของเนื้อหาในการเรียนหมอ ซึ่งก็ทำให้เรารู้สึกเครียด รู้สึกท้อแท้อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นนิสิตแพทย์ส่วนใหญ่ก็มักจะมีงานอดิเรก หรือกิจกรรมต่าง ๆ ทำในช่วงหลังเลิกเรียนเพื่อผ่อนคลายตัวเอง เช่น เราก็จะมีการเล่นกีฬาแบดมินตันไว้ช่วยผ่อนคลาย มีออกไปวิ่งเพื่อช่วยให้สมองโล่ง ไม่คิดอะไรมาก หรือมีไปทำกิจกรรมของคณะ ที่ไม่เพียงช่วยให้เราผ่อนคลาย แต่ยังช่วยให้เราได้เรียนรู้ทักษะการสื่อสาร ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะการทำงานให้เป็นแบบแผน ซึ่งเราคิดว่าสิ่งเหล่านี้แหละที่จะมีประโยชน์กับอาชีพหมอในอนาคตเป็นอย่างมาก เรามักจะคิดว่าการที่จบออกไปเป็นหมอที่ประสบความสำเร็จ เราจำเป็นต้องมีทั้งความรู้ และทักษะที่เกิดจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้นเราจึงอยากให้หลาย ๆ คนลองค้นหางานอดิเรกที่เหมาะสมกับตนเองดู

โดยภายในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ก็มีกิจกรรม สนามกีฬา หรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนิสิตแพทย์มากมาย เช่น ตึกไผ่สิงโตสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ สนามวอลเลย์บอล สนามแบดมินตัน สนามเทนนิส ฟิตเนส และสนามบาสเกตบอล

ปล. คลิปแสดงสถานที่ในคณะแพทย์จุฬา https://youtu.be/WX-PyX0bvQE

 

ตัวอย่างกิจกรรมที่เราทำ

1. กีฬาแบดมินตัน รายการ CU Freshy Game (เหรียญทอง)

2. ค่ายอยากเป็นหมอ สำหรับน้องมัธยมปลาย

3. กิจกรรม Teddy bear ที่น้อง ๆ (อายุ 3-6 ปี) จะพาตุ๊กตาหมีมาจำลองการรักษา เพื่อให้น้อง ๆ มีความกลัวน้อยลงในการมาโรงพยาบาล

4. ค่ายชายขอบ (ค่ายออกหน่วยชุมชน) ที่จังหวัดบึงกาฬ

 

 

 

อ่านหนังสือยังไงดี?

ปกติเราก็มักจะใช้วิธีการอ่านหนังสือวนไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านเยอะเท่าไหร่ก็จะยิ่งจำได้มากขึ้นเท่านั้น โดยเรามักจะอ่านก่อนไปเรียน 1 รอบ (อ่านจากสไลด์รุ่นพี่หรืออ่านจากชีทของอาจารย์) เพื่อที่เมื่อเข้าเรียน เราจะได้เข้าใจในเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น และสามารถตามสิ่งที่อาจารย์สอนได้ทัน และเมื่อเรียนจบเราก็จะอ่านทบทวน ร่วมกับการทำสรุปเนื้อหาของแต่ละวัน เพราะว่าการเขียนสรุปจะช่วยให้เราจำเนื้อหาเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยที่เราจะพยายามจดสรุปวันต่อวัน เพื่อไม่ให้เนื้อหาที่ต้องจำสะสมเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ จนเพิ่มภาระให้กับตนเองช่วงใกล้สอบ และจะใช้เวลาหลังจากจดสรุป อ่านทวนบทเรียนที่เคยเรียนมาก่อนหน้านี้วนไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ลืมสิ่งที่เราได้เรียนไปก่อนหน้า หรือใช้เวลาไปกับการอ่านเนื้อหาของวันพรุ่งนี้ล่วงหน้า เพื่อจะได้เข้าใจตอนเรียนในห้องมากขึ้น

ส่วนช่วงใกล้สอบเราก็จะมีการนำข้อสอบเก่ามาลองทำ เพื่อที่จะได้รู้ถึงขอบเขตของการออกข้อสอบ และจุดที่เราควรเน้นในการอ่านหนังสือทบทวน แต่ในบางวันถ้ารู้สึกไม่มีไฟหรือขี้เกียจ ก็มักจะไปหาอะไรทำเพื่อคลายเครียดบ้าง เช่น ออกไปหาของกินหรือออกกำลังกายก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านหนังสือ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการอ่านหนังสือของเราดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องมีเวลานอนอย่างเพียงพอ เพื่อที่จะได้พักการใช้สมอง ให้สมองกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเช่นเดิม โดยปกติเราก็จะนอนประมาณเที่ยงคืน แล้วก็ตื่นตอน 6 โมงครึ่ง เพื่อไปเรียนตอน 8 โมงเช้า ซึ่งจำนวนชั่วโมงนอนที่เพียงพอสำหรับแต่ละคนก็จะต่างกันไป

 

เรียนแพทย์ยากและเหนื่อยไหม?

เป็นคำถามที่หลาย ๆ คนมักจะถามเรา โดยเราก็จะตอบว่า “มันก็ทั้งยาก ทั้งเหนื่อยนะ เหนื่อยมากเลยแหละ แต่ก็รู้สึกว่าเหนื่อยอย่างมีความสุขนะ” ที่เรามีความสุขก็เพราะว่า เรารู้สึกว่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ อาจารย์ที่สอน ล้วนทำให้เรารู้สึกว่าที่นี่เป็นครอบครัวที่ห่วงใยกัน และพร้อมจะช่วยเหลือกันเสมอเมื่อมีใครลำบาก และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราหายเหนื่อยในทุก ๆ ครั้งก็คงเป็นการที่เรานึกอยู่เสมอว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราเลือกมาเรียนคณะนี้ และเรากำลังทำสิ่งนี้ไปเพื่อใคร~~

          

สุดท้ายนี้ เราก็ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน ๆ ที่เรียนหมอทุกคน รวมไปถึงน้อง ๆ ที่สนใจอยากจะเรียนหมอ ให้สู้ ๆ พยายามทำให้เต็มที่ เพราะว่าสุดท้ายแล้ว “ความพยายามไม่เคยทรยศใคร”

  • Tag

  • #แอดมิชชั่น #เคล็ดลับการเรียน #Smart Klass #เรียนต่อ
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ยกเลิก
ตกลง