AFTERKLASS

Super Hero โอ 15 ส.ค. 2562

เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย

 

สวัสดีนะทุกคน ก่อนอื่นเลยก็ขอแนะนำตัวก่อน เราชื่อ “โอ” หรือ วรพงศ์ กิตติอนงค์ ตอนนี้เรากำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

น้อง ม.6 หลายคน หรือน้องที่อยากจะหาวิธีอ่านหนังสือ อาจสงสัยว่าเราเตรียมตัวอ่านหนังสือหรือเตรียมตัวสอบยังไง เพื่อให้เราสามารถเข้าเรียนในคณะที่ฝันไว้ได้ วันนี้เราเลยอยากแชร์วิธีการเตรียมตัวและวิธีการอ่านหนังสือที่เราใช้นั่นเอง

 

อ่านหนังสือยังไงดี?

ช่วงเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เราก็เพิ่งกลับมาจากการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เลยลืมทุกอย่างที่เคยเรียนไป เราเริ่มอ่านหนังสือตอนเรียนอยู่ ม.5 เทอม 2 แต่อ่านจริงจังก็ตอนปิดเทอมก่อนขึ้น ม.6 เพราะก่อนหน้านั้นเรามีกิจกรรมมากมายที่ต้องเข้าร่วม และมีหลายช่วงที่เราต้องไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพฯ โดยเราก็มีวิธีอ่านประมาณนี้นะ

 

1. ทำตารางอ่านหนังสือ

ปกติเราจะทำตารางอ่านหนังสือตามวัน ว่าวันนี้ต้องอ่านวิชาไหนบ้าง ต้องอ่านกี่ชั่วโมง เพราะเราคิดว่าการทำตารางจะทำให้เราบังคับตัวเองได้ และไม่ต้องมาเสียเวลาคิดว่าจะอ่านวิชาอะไรดี อ่านนานเท่าไหร่ดี ยิ่งช่วงใกล้สอบ ทุกนาทีล้วนมีค่ากับอนาคตของเรา หน้าตาตารางอ่านหนังสือของเราช่วงแรก ๆ ก็จะประมาณนี้ 

ปล. บางทีเวลาอ่านหนังสือของบางวิชา เราก็ใช้ไปกับการเรียนพิเศษออนไลน์ที่บ้านและอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างในช่วงใกล้สอบ

 

2. วิธีการอ่านในแต่ละวิชา

        จริง ๆ เราเป็นคนที่เรียนพิเศษควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือ แต่ในบทความนี้จะพูดแค่วิธีอ่านหนังสือละกัน ถ้าวิชานั้นเป็นวิชาท่องจำมาก ๆ เช่น สังคม ชีวะ เราก็จะเน้นไปที่การอ่านวนไปเรื่อย ๆ ร่วมกับการฝึกทำข้อสอบเก่าวนอยู่หลายรอบ (สำคัญมากเรื่องการรู้แนวข้อสอบหรือขอบเขตของการออกข้อสอบ) เพราะเราเป็นคนความจำสั้นและจำอะไรได้ยาก แต่ยังมีข้อดีที่เป็นคนอ่านหนังสือเร็ว เราเลยใช้วิธีอ่านหนังสือหลาย ๆ รอบ เพื่อให้จำได้มากยิ่งขึ้น อ่านจนมีความรู้สึกว่า ‘อันนี้มันอยู่ในหน้าที่มีหน้าตาประมาณนี้’ ที่สำคัญใช้ความพยายามและความขยันเข้าสู้

 

ส่วนถ้าเป็นวิชาคำนวณ วิชาพวกนี้เนื้อหาก็สำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือ ประสบการณ์จากการทำโจทย์ เราเลยเน้นไปที่การทำโจทย์มาก ๆ ดูรูปแบบโจทย์เก่า ๆ เพราะถ้ายิ่งเรารู้รูปแบบของโจทย์มากเท่าไหร่ เราก็สามารถใช้เวลาในการทำข้อสอบข้อนั้นได้เร็วขึ้น มีเวลาเหลือไปทำข้ออื่นด้วย และช่วงใกล้ ๆ สอบควรหาข้อสอบเก่ามาทำพร้อมจับเวลาเสมือนจริง เพื่อป้องกันการตื่นเต้นที่จะเกิดขึ้นในสนามสอบจริง

 

ส่วนถ้าเป็นวิชาเคมีที่มีทั้งคำนวณและท่องจำ ก็จะต้องพยายามอ่านทฤษฎี แล้วก็ทำโจทย์ควบคู่กันไป ถ้าเราอ่านวิชาเคมี 2 ชั่วโมง เราก็จะแบ่งว่าอ่านหนังสือส่วนของทฤษฎีสัก 1 ชั่วโมง แล้วก็ฝึกทำโจทย์อีก 1 ชั่วโมง พอถึงจุดที่รู้สึกว่าโอเคกับส่วนของทฤษฎีแล้ว ก็จะเพิ่มเวลาในการทำโจทย์มากขึ้น 

ปล. วิชาเคมี เราจะใช้พวกข้อสอบจากที่เรียนพิเศษเป็นหลัก

 

***3. ช่วงไฟไหม้ก่อนสอบ   

        ช่วงนี้เป็นช่วงที่เครียดง่าย เครียดว่าอ่านหนังสือไม่ทัน จะสอบอยู่แล้ว วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เพราะจะทำให้เราไม่ค่อยมีอาการพวกนี้ 

        ในช่วง 1-2 เดือนสุดท้าย เราก็จะปรับรูปแบบตารางอ่านหนังสือ เน้นอ่านวิชาที่เราไม่ถนัดมากขึ้น แต่ก็ยังคงอ่านวิชาอื่น ๆ ด้วยตามแบบเดิม

        ส่วนถ้าเป็นช่วง 1 สัปดาห์ก่อนสอบ เราจะจัดให้วันนึงอ่านหลาย ๆ วิชา เพราะวันสอบจริง เราไม่ได้สอบแค่วิชาเดียว พร้อมเน้นไปที่การดูข้อสอบเก่า ดูจุดที่เราผิดพลาดบ่อย ๆ และก็ใช้การอ่านหนังสือเร็ว ๆ แบบ Skimming

 

หมายเหตุ การอ่านแบบ Skimming คือ การอ่านเฉพาะคำหรือวลีสำคัญ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมแบบคร่าว ๆ ว่าบทความนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร

 

อ่านหนังสือแล้วเครียด ต้องทำยังไงดี?

        หลาย ๆ คนคงเห็นว่าเราอ่านเยอะ ตารางอ่านหนังสือแน่นขนาดนี้ ไม่เครียดหรือไม่เบื่อบ้างหรอ? จริง ๆ เราก็มีความรู้สึกนั้นนะ บ่อยด้วย แต่เราก็มีวิธีจัดการตามนี้เลย

1. ออกไปหากิจกรรมทำ

        ปกติเราเป็นนักกีฬาแบดมินตัน เราจะรู้สึกมีความสุขที่ได้เล่นกีฬา เวลาเรารู้สึกเครียดหรือรู้สึกว่าไม่อยากอ่านหนังสือแล้ว เราชอบออกไปตีแบดอยู่บ่อย ๆ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็ช่วยทำให้สมองเราโล่งขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการกลับไปอ่านหนังสืออีกครั้ง ดีกว่าการอ่านหนังสือทั้งที่เรายังรู้สึกเครียด รู้สึกขี้เกียจ หรือไม่มีอารมณ์อ่านหนังสือ ซึ่งมันแทบไม่มีประสิทธิภาพอะไรเลย

2. พูดคุยกับพ่อแม่

       พ่อแม่เป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับเราเลย เราสามารถระบายสิ่งที่เราเครียด หรือสิ่งที่เราคิดให้เขาฟังได้อย่างเข้าใจกัน เหมือนกับได้พูดในสิ่งที่เราไม่สามารถไปพูดกับคนอื่นได้ และพ่อแม่มักจะมีแนวคิดหรือแนวทางจัดการปัญหาที่ดีให้เราเสมอ และที่สำคัญนะ เขายังเป็นกำลังใจและแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เรามีทุกวันนี้อีกด้วย

  • Tag

  • #เรียนต่อ #เคล็ดลับการเรียน #Smart Klass #แอดมิชชั่น
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ยกเลิก
ตกลง