AFTERKLASS

อัปเดตเทคโนโลยีสำรวจท้องฟ้า ก้าวสำคัญของดาราศาสตร์ไทย

 

น้อง ๆ รู้มั้ยครับว่าวันที่ 18 สิงหาคมนี้ เป็นวันอะไร? หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ งั้นเฉลยเลยแล้วกัน เป็นวันวิทยาศาสตร์ไทยนั่นเอง ซึ่งจุดเริ่มต้นของวันวิทยาศาสตร์นั้นมาจากการที่รัชกาลที่ 4 ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาได้อย่างแม่นยำว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2411 ต่อมาคณะรัฐมนตรีสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จึงมีมติอนุมัติให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และได้ประกาศยกย่องให้รัชกาลที่ 4 เป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และ UNESCO ยังได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกอีกด้วย

ซึ่งวันนี้พี่เคฟเวอร์เลยจะขอพาน้อง ๆ ไปอัปเดตความก้าวหน้าด้านดาราศาสตร์ไทยกัน ว่าปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ มาใช้งานในด้านนี้แล้วบ้าง

 

ความก้าวหน้าด้านดาราศาสตร์ไทย

1. ไทยกับเยอรมัน ร่วมมือกันสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ!

ในเดือนเมษายน ปี 2561 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ได้จับมือกับทางสถาบันดาราศาสตร์วิทยุมักซ์พลังค์ ประเทศเยอรมนี สร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และจะเริ่มเปิดใช้งานในปี 2563 โดยกล้องโทรทรรศน์วิทยุนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวถึง 40 เมตร เลยทีเดียว

ข้อดีของเจ้ากล้องโทรทรรศน์วิทยุนี้คือ เนื่องจากมีขนาดจานรับสัญญาณที่ใหญ่ ทำให้มีความสามารถในการแยกภาพและไวต่อสัญญาณวิทยุ ซึ่งกล้องโทรทรรศน์วิทยุนี้จะเปรียบเสมือนห้องเรียนห้องใหม่ที่ประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน ถือเป็นเทคโนโลยีต้นน้ำที่เปิดโอกาสให้เทคโนโลยีขั้นสูงอีกหลากหลายด้านได้รับการพัฒนา และยังเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้มีความรู้ต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรม โทรคมนาคม วิศวกรรม การแพทย์ และวิทยาศาสตร์สาขาอื่น ๆ ได้เลยล่ะครับ

 

2. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา สงขลา

น้อง ๆ ภาคใต้ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปท้องฟ้าจำลองที่กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาเรื่องดาราศาสตร์อีกต่อไปแล้วล่ะครับ เพราะสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ได้เปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา สงขลา หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบที่จังหวัดสงขลา โดยเปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา

ซึ่งหอดูดาวแห่งนี้มีความพิเศษคือ ตั้งอยู่ในบริเวณที่สามารถศึกษาวัตถุในซีกฟ้าทางใต้ได้ดีกว่าหอดูดาวที่อื่น ๆ แถมยังสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนได้ เนื่องจากสภาพท้องฟ้าภาคใต้ในเวลานั้น เอื้ออำนวยต่อการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์มากกว่าภูมิภาคอื่น นับเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์เต็มรูปแบบแห่งแรกของภาคใต้เลยก็ว่าได้

สำหรับน้อง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดสงขลาหรือจังหวัดใกล้เคียงก็อาจให้คุณพ่อคุณแม่พาไปสัมผัสบรรยากาศการดูดาวที่หอดูดาวแห่งนี้สักครั้ง และที่นี่ยังมีสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจอีกเพียบ ซึ่งที่นี่จะเปิดให้บริการวันอังคาร–อาทิตย์ เวลา 08:30 – 16:30 น. (หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 

จะเห็นได้ว่าวงการดาราศาสตร์บ้านเรานี่พัฒนาไปไกลมาก มีการก่อสร้างเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาดาราศาสตร์ และยังช่วยต่อยอดงานด้านอื่น ๆ เช่น วิศวกรรม โทรคมนาคม อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยพัฒนาบุคลากรดาราศาสตร์ไทยให้เทียบเท่ากับระดับโลก และยังสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ในการศึกษาดาราศาสตร์ได้อีกด้วย

น้อง ๆ คนไหนที่ค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบการดูดาวหรือชอบศึกษาด้านดาราศาสตร์โดยเฉพาะ ลองหาโอกาสไปชมสถานที่จริงดูสักครั้งนะครับ รับรองว่าจะได้รับความรู้และประสบการณ์ดี ๆ กลับมาอีกเพียบ!

  • Tag

  • #Smart Klass #การทดลอง #ความรู้รอบตัว
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ยกเลิก
ตกลง