AFTERKLASS

อยากเรียนแฟชั่นที่ต่างประเทศ ทำไงดี?

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเรียนแฟชั่นในเมืองแฟชั่นอย่าง มิลาน ปารีส ลอนดอน หรือนิวยอร์ก เป็นความฝันของน้อง ๆ หลายคน

 

บางคนอาจมองว่าการไปเรียนต่างประเทศคงเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย บทความนี้เราเลยเอาขั้นตอนง่าย ๆ ในการเตรียมตัวไปเรียนเมืองนอกมาให้อ่านกัน ไว้เป็นไอเดียให้น้อง ๆ ที่สนใจไปเรียนเมืองนอกนะจ๊ะ

 

1. เลือกสถาบัน / มหาวิทยาลัย

อย่างแรกเลยคือ เราต้องรู้ว่าจะไปเรียนที่ไหน มหาวิทยาลัยอะไร ที่เมืองไหน โดยอาจดูจากผลงานของศิษย์เก่า หรือคอร์สที่มหาวิทยาลัยนั้นเปิดสอน ว่าเหมาะกับสไตล์เรารึเปล่า เรื่องเงินก็สำคัญ แต่ละที่ราคาก็สูงต่ำแตกต่างกันไป หรืออาจจะหามหาวิทยาลัยที่มีทุนสนับสนุนก็ได้ แล้วเรื่องสภาพความเป็นอยู่ เช่น อากาศ ภาษา ก็ต้องนำมาคิดเช่นกัน เพราะเราจะต้องไปอยู่เป็นปีเลย สุดท้ายคือโอกาสในการทำงาน จบมาแล้วเราจะหางานทำในแบรนด์ที่มีชื่อเสียงได้มั้ย หรือหางานทำในเมืองนี้ต่อไปได้รึเปล่า อย่าลืมว่ามหาวิทยาลัยคือสิ่งที่จะสร้างตัวตนเราในอนาคตได้เลยล่ะ ฉะนั้นต้องตัดสินใจดี ๆ นะ

 

ตัวอย่างรายชื่อมหาลัยทีเด่นในด้านแฟชั่น

Central Saint Martins ประเทศอังกฤษ ค่าเล่าเรียนเทอมละ 600,000 บาท

Royal College of Art ประเทศอังกฤษ ค่าเล่าเรียนเทอมละ 1,200,000 บาท

Parsons, The New School for Design ประเทศสหรัฐอเมริกา ค่าเล่าเรียนเทอมละ 1,200,000 บาท

Istituto Marangoni ประเทศอิตาลี ค่าเล่าเรียนเทอมละ 510,000-720,000 บาท (เราเรียนที่นี่นะ)

 

2. สมัครเรียน

เมื่อเลือกได้แล้วว่าอยากเข้าเรียนที่ไหน (แนะนำว่าควรมีช้อยส์อื่น ๆ ในใจไว้ด้วย เผื่อไว้ก่อนเนอะ) ก็หาข้อมูลเพื่อสมัครเรียนเลย อย่าลืมว่าควรเตรียมตัวล่วงหน้าพอสมควร ตรวจสอบว่าแต่ละที่หมดเขตรับสมัครเมื่อไหร่ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ซึ่งเราสามารถหาข้อมูลเหล่านี้ได้ทั้งจากเว็บไซต์สถาบัน หรือเอเจนซี่ตัวแทนต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

เอกสารคร่าว ๆ ที่ต้องใช้ในการสมัคร เช่น ใบผลการเรียน (Transcript) ใบแนะนำตัว (Statement of Purpose) จดหมายจากอาจารย์ และแฟ้มสะสมผลงาน (Porfolio) ซึ่งในแฟ้มจะเป็นงานวาด งานตัดเย็บ หรือกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะ แฟชั่น ที่เราทำหรือเคยเข้าร่วมมาก็ได้นะ หลังจากยื่นเอกสารแล้ว บางที่ก็จะมีสอบสัมภาษณ์ สัมภาษณ์ผ่านทางออนไลน์ หรืออาจสัมภาษณ์กับเอเจนซี่ก็ได้ค่ะ

 

3. เตรียมตัวไปเรียน

หลังจากเราได้ที่เรียนเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็ต้องเตรียมตัวทำวีซ่า แนะนำให้ตรวจสอบพาสปอร์ตว่าจะไม่หมดอายุก่อนเรากลับไทยนะ ซื้อตั๋วเครื่องบิน เตรียมเอกสารที่ใช้ในการขอใบ Permit ซึ่งบางประเทศก็ออกเป็นวีซ่า 1 ปีเลย แต่อิตาลีต้องขอนะ เอกสารที่ใช้ เช่น รายงานการเคลื่อนไหวทางบัญชี (Bank Statement) ประกัน หรือใบตรวจสุขภาพ นอกจากนั้นก็เตรียมหาที่พัก จะหาเพื่อนช่วยแชร์ค่าที่พักไว้ก่อนก็ได้ โดยเข้าไปดูในกรุ๊ปคนไทยของประเทศนั้น ๆ ก็ได้นะ

ส่วนตอนแพ็คกระเป๋าก็อย่าลืมอาหารไทยล่ะ บะหมี่ซอง น้ำปลา หม้อหุงข้าว จริง ๆ จะไปซื้อที่นู่นก็เลยได้ แต่ถ้าพื้นที่กระเป๋าเหลือก็แนะนำ เพราะที่นู่นอาจขายแพงกว่าเท่าตัวเลย

*คำแนะนำเพิ่มเติม ซื้อเครื่องเขียนจากไทยไปก่อนเลย พวกสีโคปิค ปากกาตัดเส้น ยางลบ เพราะที่เมืองนอกส่วนใหญ่ราคาแพงมากจ้ะ

 

4. เมื่อไปถึงประเทศที่เรียน

ควรไปถึงก่อนซักอาทิตย์นึงนะ จะได้มีเวลาปรับตัว หาที่พัก (ถ้ายังไม่มี) เตรียมจัดบ้าน ซื้อของใช้ที่ขาด ศึกษาเส้นทางในเมือง รวมทั้งติดต่อเรื่องเอกสารต่าง ๆ อย่างทำใบ Permit หรือเปิดบัญชีธนาคาร เมื่อเปิดเรียนแล้วจะได้ไม่มีเรื่องให้ห่วงเนอะ

 

5. เรียน!

เย่ หลังจากขั้นตอนวุ่น ๆ ที่เราทำมาทั้งหมด สุดท้ายก็ได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้แล้ว!

ฉะนั้นเราต้องสู้ ๆ เปิดรับความรู้ให้เต็มที่ ทำความรู้จักคนให้เยอะ ๆ ลองทำอะไรใหม่ ๆ ให้มาก และอย่าลืมใช้ชีวิตที่นั่นให้คุ้ม ต้องเต็มที่ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องเที่ยวเลย!

 

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย กับขั้นตอนการไปเรียนเมืองนอก บทความนี้คิดว่าน้อง ๆ ในสายอื่นก็เอาไปประยุกต์ได้เหมือนกันน้า ยังไงเราขอให้น้อง ๆ ที่ตั้งใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ เตรียมตัวให้พร้อม และได้เข้าเรียนในที่ที่ตั้งใจไว้จ้า สู้ ๆ นะคะ

  • Tag

  • #ศิลปะ / DIY #เรียนต่อ #Play Klass #แฟชั่น #เคล็ดลับการเรียน
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ยกเลิก
ตกลง