AFTERKLASS

ราคาหุ้นขึ้น/ลงมาจากปัจจัยใด (สำคัญที่สุด)

 

สวัสดีน้อง ๆ ทุกคนอีกครั้งนะครับ กลับมาพบกันต่อจากตอนแรก ซึ่งหลังจากที่เราพอเข้าใจกันแล้วว่าหุ้นคืออะไร (หากยังไม่เข้าใจ อ่านตอนแรกซ้ำอีกรอบนะครับ...ฮ่า ๆ ) อย่างที่ได้ทิ้งท้ายไว้ในตอนแรกนะครับว่าเราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาหุ้นทั้งทางบวกและทางลบ

 

ก่อนอื่น เรามาทวนกันก่อนนะครับว่า ‘การซื้อหุ้น’ ก็คือการที่เราเข้าไปเป็นหุ้นส่วนของธุรกิจในบริษัทนั้น ๆ ดังนั้นมาทำความเข้าใจกันว่า ผลตอบแทนจากการทำธุรกิจนั้น มีอะไรบ้าง?? ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ดังนี้

สมมุติว่านาย A ทำธุรกิจกับนาย B (หุ้นกันคนละครึ่ง) โดยปกติแล้วทุกสิ้นปี ก็จะมาสรุปกันว่าทั้งปีที่ทำมานั้น มีกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่  ในกรณีที่มีกำไร เช่น

ปีแรกของกิจการ : มีกำไร 100,000 บาท นำมาหาร 2 ก็แบ่งกำไรกันคนละ 50,000 บาท

ปีที่ 2 ของกิจการ : มีกำไร 200,000 บาท นำมาหาร 2 ก็แบ่งกำไรกันคนละ 100,000 บาท

ปีที่ 3 ของกิจการ : มีกำไร 300,000 บาท นำมาหาร 2 ก็แบ่งกำไรกันคนละ 150,000 บาท

ปีที่ 4 ของกิจการ : มีกำไร 400,000 บาท นำมาหาร 2 ก็แบ่งกำไรกันคนละ 200,000 บาท

ปีที่ 5 ของกิจการ : มีกำไร 500,000 บาท นำมาหาร 2 ก็แบ่งกำไรกันคนละ 250,000 บาท

 

น้อง ๆ สังเกตเห็นอะไรมั้ยครับ?  หากเราเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทนี้ เราจะได้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี (เพราะกิจการทำกำไรได้มากขึ้นทุกปี) ในส่วนที่ผู้ถือหุ้นได้ส่วนแบ่งของกำไรนี้จะเรียกว่า “เงินปันผล” หรือภาษาอังกฤษ คือ “Dividend” สิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนทั่วไปเกิดความต้องการเป็นเจ้าของหุ้นของบริษัทที่สามารถให้เงินปันผลกับผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นทุกปี เมื่อมีความต้องการหรืออยากได้หุ้นนั้น ๆ มากขึ้น ก็ทำให้นักลงทุนไปไล่ซื้อหุ้นมากขึ้น ราคาของหุ้นจึงเคลื่อนไหวในทิศทางบวกเพิ่มขึ้น นี่คือที่มาที่ทำให้ราคาหุ้นขึ้น (มีแรงซื้อมากกว่าแรงขาย) ส่วนปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้นลดลง ก็เพราะในทางตรงกันข้ามกับที่ยกตัวอย่าง คือ บริษัทนั้น ๆ ทำกำไรได้ลดลง ส่งผลให้จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นลดลง จึงทำให้มีแรงขายมากกว่าแรงซื้อ

เพราะฉะนั้น สรุปปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ราคาขึ้นหรือลงนั้น โดยหลักการพื้นฐานดังกล่าวขึ้นอยู่กับ “กำไรของบริษัทที่ทำได้ในแต่ละปี” ซึ่งส่งผลต่อการจ่ายผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น คือ “เงินปันผล” นั่นเอง

**หลักคิดสำคัญในการเลือกซื้อหุ้นของบริษัทใดก็ตาม คือ วิเคราะห์อย่างชัดเจนแล้วว่าบริษัทนั้น ๆ จะสามารถสร้างกำไรให้เติบโตขึ้นตามช่วงเวลาที่เราคาดการณ์ไว้ (เช่น 1-3 ปี ข้างหน้า) เพื่อให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นสำหรับผู้ถือหุ้น**

 

ตัวอย่าง ผลประกอบการทางธุรกิจของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (ธุรกิจหลักร้านสะดวกซื้อ 7-11)

  • Tag

  • #Biz Klass #เคล็ดลับร้อยล้าน #ลงทุน
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ยกเลิก
ตกลง