AFTERKLASS

Gap Year ! แก็ปนี้ไม่ได้แค่เที่ยว!

 

น้อง ๆ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Gap year มาบ้าง ซึ่งเราจะเห็นได้บ่อยจากเด็ก ๆ หรือหนุ่มสาวชาวอเมริกันที่ใช้เวลาระหว่างช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัยหรือหลังเรียนจบปริญญาตรีออกไปค้นหาตัวเองเป็นเวลาหนึ่งปีก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เรียนต่อ หรือทำงาน โดยคนที่เลือกจะทำ Gap year ส่วนใหญ่เขามีแนวคิดที่ว่า เราไม่ควรเร่งรีบในการเรียนต่อ ถ้าเรายังไม่รู้สิ่งที่ต้องการจะทำจริง ๆ เลยเลือกที่จะตามหาตัวเองก่อนหนึ่งปีโดยการลองทำอะไรหลาย ๆ อย่าง และกิจกรรมที่เด็ก Gap year ส่วนใหญ่เลือกที่จะทำคือการออกไปท่องเที่ยวเผชิญโลกภายนอก เรียนรู้นอกห้องเรียน โดยครั้งนี้เราจะมาแนะนำโครงการที่ได้ออกไปเที่ยวและยังได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่มากกว่าการเที่ยวอีกด้วย! ซึ่งบางโครงการเราเคยไปมาแล้ว บางโครงการเราก็ยังไม่เคย แต่ถึงยังไงโพสต์นี้เราจะมารวบรวมโครงการที่น่าสนใจให้เพื่อน ๆ ได้เก็บไว้วางแผนในอนาคตกัน!

 

1. Work and Travel

แน่นอนโครงการนี้คงขาดไม่ได้เลย เพราะเป็นหนึ่งในโครงการยอดฮิตของนักเรียนที่อยากจะไปหาประสบการณ์จากต่างประเทศโดยเราจะได้ทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วย โดยระยะเวลาของโครงการจะอยู่ที่ 3-4 เดือน เราจะได้เรียนรู้ทั้งภาษา วัฒนธรรม การทำงานในต่างประเทศ โดยงานจะมีมากมายตั้งแต่ พนักงานร้านอาหาร พนักงานต้อนรับในโรงแรม หรืองานที่ได้รับความนิยมที่สุดคือเป็นหนึ่งในพนักงานของ Disneyland สวนสนุกในฝันของใครหลายคน และโครงการนี้จะรับเฉพาะนักเรียน-นักศึกษาเท่านั้น แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ลองทำเพราะวางแผนช้าไปนิด เพราะฉะนั้นใครที่สนใจควรจะวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะจะได้เตรียมการทั้งเอกสาร สัมภาษณ์กับบริษัทต่าง ๆ บางที่อาจจะต้องไปนั่งฟังสัมมนาเลยด้วย

ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ แถมถ้าใครบริการได้ดี เผลอ ๆ ได้ค่าขนมหรือทิปกลับบ้านไปอีก! เพราะฉะนั้นใครที่อยากลองทำงานและเที่ยวไปด้วยในต่างแดนก็อย่าลืมเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ล่ะ!

 

2. โครงการ ครูบ้านนอก โดยมูลนิธิกระจกเงา

เป็นโครงการที่ทำให้เรามีโอกาสไป “ลองเป็นครู” ให้กับน้อง ๆ บนดอย โดยตัวโครงการจะจัดค่ายทุก ๆ เดือน เดือนละหนึ่งครั้ง เราจะได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตของเด็ก ๆ และชาวบ้านบนดอย เราจะได้ไปสอนหนังสือเด็ก ๆ เรียนรู้วิถีชีวิตคนชนบทห่างไกล ได้รู้จักวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ ในประเทศไทย อีกทั้งได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ที่อยู่คนละสายงานกับเราด้วย โดยระยะเวลาของโครงการจะอยู่ที่ 3-4 วัน ซึ่งโครงการนี้เราเคยเข้าร่วมแล้วถึงสองครั้ง ต้องบอกเลยว่าดีมากกกกก นอกจากจะทำให้เราได้เรียนรู้วิถีชุมชนแล้วเรายังได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ อีกด้วย ได้ทำกิจกรรมด้วยกัน ได้นอนด้วยกัน สนุกมาก ๆ จนขนาดตั้งเป้ากับตัวเองไว้ว่าอยากจะมาโครงการนี้ให้ได้ปีละครั้ง! แถมโครงการนี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นนักศึกษาเท่านั้น ทุกคน ทุกเพศทุกวัย สามารถเข้าร่วมได้!

 

3. WWOOF หรือชื่อเต็มว่า World Wide Opportunities on Organic Farms

เป็นโครงการที่ทำให้เราอยากลองทำมากกกกกก แต่ยังไม่มีโอกาส มันเจ๋งยังไงอะหรอ? มันน่าสนใจที่ว่าเราจะได้ไปลองทำงานในฟาร์มต่างแดน ซึ่งเราสามารถเลือกประเทศที่เราสนใจได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น อเมริกา นิวซีแลนด์ ไอซ์แลนด์ ก็ทำได้! โดยเราไปจะช่วยเขาทำฟาร์ม แลกเปลี่ยนกับการได้อาศัยอยู่ที่นั่น  ซึ่งโครงการนี้มีข้อดีคือนอกจากเราจะสามารถเลือกประเทศที่เราสนใจ เรายังได้ท่องเที่ยวในประเทศนั้น ๆ ได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนพื้นที่และเรียนรู้วัฒนธรรมของคนที่นั่นด้วย! แต่กิจกรรมที่เราจะได้ทำก็ขึ้นอยู่กับฟาร์มที่เราจะได้ไป บางที่อาจจะได้ไปปลูกผัก รดน้ำต้นไม้ ไปจนถึงเลี้ยงไก่ ม้า วัวกันเลย!

 

4. โครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ (Ship for Southeast Asian Youth Program)

โครงการนี้เปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาววัย 18-30 ปี ได้ไปเป็นอาสาสมัครตัวแทนประเทศ ใช้ชีวิตบนเรือเป็นเวลา 2 เดือน กับเพื่อนคนอื่นจากประเทศอาเซียน โดยบนเรือจะมีกิจกรรมให้ทำมากมายตลอดระยะเวลา 2 เดือน และยังมีการแวะเที่ยวในแต่ละประเทศตามที่ทางโครงการกำหนดด้วย ถือว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจสำหรับคนที่เก่งภาษาอังกฤษ เพราะเราจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ หลากหลายประเทศ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ วัฒนธรรม เผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของแต่ละประเทศ แถมยังได้ลองใช้ชีวิตบนเรือเป็นเดือนอีกด้วย! ถ้าเกิดใครคิดว่าเบื่อแล้วกับการเดินเที่ยวบนดิน อยากลองไปหาประสบการณ์บนเรือดู ก็ถือว่าโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมาก! ไว้ถ้าเรามีโอกาสเราก็อยากจะลองสมัครดูสักครั้งเหมือนกัน

ซึ่งใครที่สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่เพจ SSEAYPThailand

 

เป็นยังไงบ้างกับ 4 โครงการที่เราแนะนำมาในวันนี้ ซึ่งจริง ๆ แต่ละโครงการควรจะต้องใช้เวลาเตรียมตัวพอสมควร เพราะบางโครงการมีปีละครั้งเท่านั้น เพราะฉะนั้นใครที่สนใจควรหาข้อมูลไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อที่เราจะได้วางแผนและบริหารเวลาในช่วง Gap year ของเราให้ออกมามีประสิทธิภาพที่สุด แต่นอกจากการเที่ยวแล้ว เรายังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่สามารถค้นหาตัวเองได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น การเป็นจิตอาสา อาสาสมัคร หรือลงคอร์สเรียนที่เราสนใจ กิจกรรมเหล่านี้ก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน! หวังว่าข้อมูลที่เราให้มาในวันนี้จะมีประโยชน์กับหลาย ๆ คน ถ้าเกิดใครสนใจลองหารายละเอียดแล้วเริ่มลงมือทำกันเถอะ!

  • Tag

  • #ท่องเที่ยว #Play Klass
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#Play Klass#ความรู้รอบตัว#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

Fighting_with_me โครงการที่ว่าส่วนใหญ่จะเสียเงินพวกค่าเดินทางกับค่าแลกเข้าโครงการนะคะ ส่วนราคาเท่าไรต้องเช็คอีกทีเพราะราคาแต่ละปี แต่ละรอบจะไม่เท่ากันค่า แต่เราว่าลองดูก็ไม่เสียหายนะ เพราะเหมือนกับเราซื้อประสบการณ์ด้วย มีอะไรอีกเยอะที่เราไม่สามารถเรียนรู้ได้จากห้องเรียนแหละ

Super Hero พลอยไพลิน 22 พ.ค. 2562

น่าสนใจมากๆเลยค่ะ ขอสอบถามนิดนึงนะคะ โครงการพวกนี้เราต้องเสียตังไปเองไหมคะ

Fighting_with_me 17 พ.ค. 2562

อ่านอันที่แล้วน่าสนใจมากๆค่ะ พอมาเจอคอนเทนต์อันนี้ น่าสนใจมากๆ เปิดโลกเรากว้างขึ้นมาหน่อยเลย มีโอกาสจะไปให้ได้เลยค่ะ!

SirikunG. 16 พ.ค. 2562

น่าสนใจมากเลยค่ะ เสียดายที่อายุยังไม่ถึง

ChingKitsrisophon 14 พ.ค. 2562

ยกเลิก
ตกลง