AFTERKLASS

Super Hero น็อต 10 พ.ค. 2562

HOW Entrepreneur Thinks? ขายอะไรดี? (ธุรกิจออนไลน์ ตอนที่ 1)

 

ขั้นตอนแรกของการก้าวมาเป็น “พ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์” คือการหาสินค้ามาขายนั่นเอง คนส่วนใหญ่จะติดอยู่ที่ขั้นตอนแรกนี้ ซึ่งถือว่าเป็นด่านที่ยากมาก วันนี้ผมจะมาช่วยน้อง ๆ หาทางออกกับด่านแรกของเรากัน

 

คำถามแห่งทางตัน “ขายอะไรดี?”

หลายคนติดอยู่กับการถามว่า “เราจะขายอะไรดี?” หรือ “อะไรขายดี?” ซึ่งการใช้คำถามนี้มันจะพาไปสู่คำตอบ เช่น

  1. มุ่งสู่คำตอบที่เหมือน ๆ กันหมด ทำให้คนขายก็จะเยอะเกินลูกค้า คิดภาพเหมือนไปนั่งชายหาด ก็จะมีแต่อาหารทะเล มะพร้าว อะไรที่มันซ้ำ ๆ กันไปหมด แล้วนั่นก็จะพาคุณเข้าสู่การแข่งขันที่ดุเดือด
     
  2. สิ่งที่ที่บ้านมี หรือที่บ้านทำอยู่แล้ว เช่น ที่บ้านขายมะพร้าว คุณก็จะลองเอามะพร้าวมาขายออนไลน์ ซึ่งผิดไหม? ไม่ผิด และเป็นสิ่งที่ดีมากที่ทำอะไรที่เรามีต้นทุนความรู้อยู่แล้ว ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีและปลอดภัย แต่ถ้าคุณเลือกเส้นทางนี้แล้ว คุณจะเหมือนเป็นเซลส์ที่ถูกกำหนดว่าต้องขายอะไร คุณอาจเสียโอกาสในการเลือกพาหนะใหม่ ซึ่งคุณอาจจะมีโอกาสที่หาได้ดีกว่าที่ถูกกำหนด ถ้าจะเลือกเส้นทางนี้ให้ถามตัวเองอีกครั้งด้วยว่า สินค้านั้นสามารถขายในช่องทางออนไลน์ได้หรือไม่ คำนึงถึงด้านการขนส่งและกลุ่มตลาดด้วย ซึ่งก็มีหลายต่อหลายคนเช่นกันที่ประสบความสำเร็จจากการเลือกเดินทางในเส้นทางนี้
     
  3. ยังไม่ได้ทำไรเลย เพราะคิดไม่ออก ที่บ้านก็ไม่ได้ประกอบธุรกิจ แล้วเราก็ไม่ค่อยได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะติดอยู่ตรงนี้

 

ลูกค้าอยากได้อะไร? ไม่ใช่เราอยากขายอะไร

ถ้าคุณเดินมาถึงทางตัน เราขอแนะนำให้คุณลองใช้คำถามว่า “เราจะขายใครดี?” หรือ “เราจะสามารถขายใครได้บ้าง?”

คุณจะได้กำไรก็ต่อเมื่อลูกค้ามาซื้อ “ของที่เขาต้องการ” จากคุณ ดังนั้นถ้าคุณคิดไม่ออกว่า “ของที่ลูกค้าต้อ งการคืออะไร?” นั้นอาจจะหมายความว่าคุณมอง “ลูกค้า” ไม่ชัด เหมือนคุณมีเพื่อน 20 คน แล้วผมถามคุณว่าเพื่อนทั้งหมดต้องการซื้ออะไร? คุณจะตอบไม่ได้เพราะเพื่อนแต่ละคนก็อยากได้อะไรไม่เหมือนกันหรอก แต่ถ้าถามใหม่ว่าเพื่อนของคุณที่เพิ่งคลอดลูก คุณคิดว่าเขาอยากได้อะไร? แบบนี้คุณจะเริ่มคิดออก คุณจะเริ่มคิดว่าเพื่อนคุณคนนั้นชอบกินอะไร ชอบสีอะไร ลูกเธอผู้ชายหรือผู้หญิง คุณจะเริ่มเดาออกมาได้เรื่อย ๆ

คำถามต่อมาคือ เมื่อกี้ผมยกตัวอย่างให้แล้วว่าคนเพิ่งคลอดลูก แต่ถ้าไม่ได้ยกตัวอย่างให้ เราจะรู้ได้ยังไงว่าจะต้องเลือก “ใคร” ที่เราอยากให้เขามาเป็นลูกค้าเรา อยากให้ลองเริ่มดูจากตัวเอง เอาตัวเองเป็นกลุ่มตลาด ว่าเราเป็นใคร เราสนใจอะไร เราซื้ออะไร มีอะไรที่เรายังหาซื้อได้ยาก หรือสินค้าแนวไหนที่เราจะซื้อ หรืออีกแนวทางหนึ่งก็คือ “เราจะสามารถขายใครได้บ้าง?” วงสังคมเราเป็นยังไง เพื่อน ๆ เราอายุเท่าไหร่ รายได้ประมาณไหน ใช้ชีวิตอย่างไร ใช้สินค้าอะไรบ้าง ซึ่งใช้วงสังคมหรือเพื่อนเรานี่แหละเป็นตัวแทนของกลุ่มลูกค้า เพราะจะช่วยให้สามารถคิดต่อได้ว่าจะเอาอะไรมาขายให้กลุ่มคนที่มีลักษณะคล้าย ๆ เพื่อนเราเหล่านี้ได้บ้าง  ซึ่งเราจะคิดออกได้ง่ายกว่าใช้กลุ่มที่เราไม่รู้จักเลย

สรุปหัวข้อนี้ ต้องจินตนาการสร้างลูกค้าจำลองขึ้นมาให้ชัดเจน (Persona) อาจจะเริ่มจากใช้ตัวเองหรือเพื่อนสักคน เพื่อที่น้อง ๆ จะได้คิดต่อว่า ลูกค้าจำลองคนนี้เขาอยากได้อะไร ซึ่งช่วยทำให้ความคิดเราไม่ตัน และเพิ่มโอกาสให้เราขายสินค้าได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มขายของ ทำให้เรามีกำลังใจและจับจุดไปต่อได้

 

คิดไม่ออก ขอช้อยส์มาเลือกเลย

ถ้าเพื่อน ๆ และตัวเราเองก็ไม่ค่อยซื้ออะไรใช้ ไม่ได้มีงานอดิเรกหรือสนใจอะไรเป็นพิเศษมากนัก คิดไม่ออกเลย ทำไงดี...

บางทีเราคิดไม่ออกจริง ๆ หรือไอเดียมันเยอะแยะไปหมด ให้ลองทำตามวิธีนี้ครับ ผมเรียนรู้บางสิ่งจากวิธีการระดมความคิด (Brainstorming) แล้วนำมาปรับใช้ คือเวลามีไอเดียให้จดแล้วแปะไว้ทุกความคิดที่แล่นเข้ามา โดยยังไม่ต้องตัดสินไปก่อนว่าไอเดียนี้จะใช้ได้ไหม คุณแค่ต้องถามตัวเองก่อนว่า “มีอะไรให้ฉันเลือกได้บ้าง?” ก่อนที่จะถามว่า “ฉันจะเลือกอะไรดี?” ธุรกิจมันไม่ใช่ข้อสอบที่มีตัวเลือกเตรียมไว้ให้ แต่มันเป็นชีวิตจริงที่คุณต้องตั้งคำถามเอง หาช้อยส์เองและตัดสินใจเลือกเอง

เทคนิคการหาช้อยส์มีหลากหลายวิธีในปัจจุบัน ลองดูตามกลุ่ม Facebook ต่าง ๆ หรือแหล่งขายปลีกออนไลน์อย่าง AliExpress, Lazada หรือ Shopee นี่แหละ ดูสินค้าที่ขายปลีกเรื่อย ๆ แล้วลองดูว่าเราจะสนใจขายอะไร เพราะคุณไม่ได้กำลังมองหาสินค้าที่ไม่มีใครขายในตลาดเลย แต่คุณกำลังมองหาสินค้าที่การแข่งขันยังไม่ก่อตัวรุนแรง หรือยังต่ำอยู่ หรือเจอช่องว่างอะไรบางอย่างที่คุณพอนำมาแข่งได้

และอย่ามัวแต่หาช้อยส์ในช่องทางออนไลน์ จนลืมช่องทางเบสิคที่หลายคนเริ่มมองข้ามไปซะแล้วอย่างแพลตตินั่ม ประตูน้ำ สำเพ็ง โบ๊เบ๊ จตุจักร และโรงเกลือด้วยล่ะ ขยับแข้งขาออกจากหน้าจอมาเดินตลาดขายส่งบ้างก็ดีเหมือนกันนะ

 

ขายของออนไลน์ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน

แต่ถ้าในหัวคุณยังเป็น... “ไม่รู้สิ แทบไม่ช่วยอะไร ขี้เกียจหาจัง หรือบอกฉันเลยได้ไหมว่าขายอะไรถึงจะขายดี!” ถ้าให้พูดแบบตรงไปตรงมา คุณอาจจะพบอาชีพเสริมอื่น ๆ ที่เหมาะกับคุณมากกว่าพ่อค้าแม่ค้าก็ได้ ถ้าการหาของมาขายทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น เพราะนี่คือจุดเริ่มต้น เปรียบเสมือนใบสมัครงานของพ่อค้าแม่ค้า เหมือนคุณตั้งใจจะสมัครงานสักงานหนึ่ง แต่คุณไม่แม้กระทั่งเขียนใบสมัครส่ง แต่กลับหวังว่าสักวันจะได้งานเองนั่นแหละครับ ผลสำเร็จแทบไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่นอน

  • Tag

  • #เจ้าของธุรกิจ #เคล็ดลับร้อยล้าน #Biz Klass #ขายของออนไลน์ #รายได้เสริม
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

กำลังหา idea อยู่พอดีเลยค่ะ

ppuntk 3 มิ.ย. 2562

ยกเลิก
ตกลง