AFTERKLASS

AFTERKLASS พาไปสิงคโปร์! ฟรีทั้งทริป! เป็นไงมาดูกัน!!

beerebeerey 3 เม.ย. 2562

สวัสดีทุกคน ขอแนะนำตัวก่อน เราชื่อ เบียร์ นะ… ก็เล่น Afterklass มาได้ไม่นานเท่าไร แต่ด้วยความมีวินัย+อังกฤษเทพนิดหน่อย เราเลยทำภารกิจและเก็บ koins ได้เยอะมากในเวลาอันสั้น (เกือบ4เดือน555) จนได้เป็น 1 ในผู้ชนะที่ได้รางวัล Big Prize 2018 ไปเปิดประสบการณ์ที่สิงคโปร์ กับ AFTERKLASS!! ในวันที่ 19-21 มีนาคมที่ผ่านมา และด้วยเหตุนั้น พอกลับมาแล้ว เราจึงต้องทำการบ้านโดยการแชร์เรื่องราวประทับใจที่สิงคโปร์ ผ่านบทความนี้นาจาทุกคนครับ ฮ่าๆ

 

              

 

เกริ่นก่อนว่า สิงคโปร์ เป็นประเทศที่พัฒนาได้เร็วมาก และเป็นศูนย์กลางทางการเงินใหญ่อันดันต้นๆของโลก แม้ว่าจะมีทรัพยากรน้อย เพราะมีพื้นที่เล็กมาก ขนาดประมาณเท่าๆเกาะภูเก็ต แต่ก็มีแผนจะถมทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในอนาคต สิงคโปร์มีภาษาราชการ 4 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีนกลาง มลายู และทมิฬ จะเห็นได้ว่าค่อนข้างมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ สกุลเงินของสิงคโปร์ คือ ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) และปีที่ผ่านมา ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกด้วย

 

Day 1 : กิน ถ่ายรูป ดูปลา

วันแรกจ้า พวกเราทั้ง 10 คนพร้อมกับพี่ๆสตาฟ เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเช้า โดยสายการบินไทย แน่นอนครับระดับ KBANK เลี้ยงดีมากกกกกx10 ตั้งแต่ก่อนเครื่องออก ให้กิน 1 มื้อ ที่สนามบิน บนเครื่องอีก 1 มื้อ และพอถึงสิงคโปร์ปุ๊ป ตอนนั้นประมาณเที่ยงตรง พวกเราก็ขึ้นรถทัวร์ตรงดิ่งไปที่ร้านอาหารขึ้นชื่อของสิงคโปร์ Bak Kut Teh ทันที เรียกได้ว่า ในเวลาเพียง 6 ชั่วโมงตั้งแต่เจอพี่สตาฟ พวกเราได้กินไปแล้ว 3 มื้อ  บริการทุกระดับประทับใจจริงๆ ที่พิเศษกว่านั้นคือ มี pocket money ให้ทุกคนด้วยยย จำนวนเงินก็ต่างกันตามเลเวลจ้า ขนาดเราเลเวลแค่ Activist ต่ำสุดในทริปแล้ว วันกลับก็ยังใช้ไม่หมดเลย ฮ่าๆ บริการทุกระดับประทับจัยยยยย ><

 

สถานที่ที่เราได้ไปในวันแรก มีทั้งหมด 3 ที่ ดังนี้

  1. Singapore City Gallery ภายในมีการจัดแสดง ผังจำลองเมืองทั้งเมืองของสิงคโปร์ แผนพัฒนา ประวัติของประเทศ และผลงานศิลปะต่างๆ

  2. Haji Lane เป็นสถานที่ชิคๆ ไว้ถ่ายรูปแนวอาร์ทๆ มีร้านฮิปส์ๆ คาเฟ่ บาร์ประปราย เดินไปอีกนิดนึงจะถึง Arab Street จะมีมัสยิดตั้งอยู่ มุมถ่ายรูปได้บรรยากาศตะวันออกกลางมากๆ

  3. S.E.A. Aquarium บนเกาะ Sentosa จะบอกว่า ตอนดูโปรแกรมเที่ยวครั้งแรก เรามองข้ามที่นี่ไป เพราะคิดว่ามันของเด็กๆ555 แต่พอได้มา รู้สึกชอบมากๆๆ นั่งหน้าตู้ดูปลา ดูแมงกระพรุนเพลินๆ สงบ ผ่อนคลายดี น่าไว้พาสาวมาเที่ยว

   

 

 

Day 2 :  นักธุรกิจ > พ่อมด > ผู้จัดการกองทุน > ชาวสวน > ซุปเปอร์ฮีโร่

โรงแรมนอนหลับสบายมากจ้า แอบแคบไปนิดนึง แต่วิวจากหน้าต่างนี่ดีฝุดๆ ตอนกลางคืน เห็นตึกสูงแสงไฟวิบวับ ชะโงกดูวิวข้างล่างก็เป็นถนน มีรถสปอร์ตวิ่งเรียงราย เรานี่เปิดม่านนอนดูวิว ฟินเว่อๆจนหลับ และ อาหารเช้าสุดหรู สมเป็นโรงแรม 5 ดาว (ใช่รึป่าว555)

 

จุดหมายแรกของวันที่ 2 คือไป Merlion Park จ้า อยู่ริมอ่าว ใจกลางเมือง เป็นที่ตั้งของรูปปั้นสิงโตพ่นน้ำ Merlion นั่นเอง!! แต่ทว่า.... Merlion อยู่ในระหว่างการทะนุบำรุง เราเลยได้เห็นแค่ผ่านตะข่ายนั่งร้าน โซแซด i-i แต่ไม่เป็นไร ถ่ายโรงแรม Marina Bay Sands กับวิวรอบอ่าวไปเก๋ๆ

      

ช่วงต่อไปจะเป็นช่วงซีเรียสแล้วนะ  หลังจากชิวมาพอแล้ว ก็ถึงเวลาไปเยี่ยมชมออฟฟิศ ศึกษาดูงานของบริษัทในสิงคโปร์ ซึ่งที่แรกที่เราจะไป คือ บริษัท Startup แห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังทำธุรกิจ E-Commerce ชื่อว่า V-more บอกก่อนว่า เราฝันอยากทำธุรกิจ Startup มานานแล้ว เราก็เลยตั้งใจฟังทีมงานเขาเล่า Business Model มากๆ เดี๋ยวเล่าให้ฟังสั้นๆละกัน เพราะข้อมูลมันเยอะมาก ใครอยากรู้ไร ค่อยมาถามเราหลังไมค์นะ  ก็คือ เว็บ V-more เป็นแพลตฟอร์มที่ให้คนมาซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บของเขาอีกที เพื่อที่จะได้ส่วนลดมากกว่าเว็บอื่นๆ และเขาก็ย้ำว่า สินทรัพย์ที่เขาต้องการจริงๆแล้วคือ Customer’s data ซึ่งได้จากการที่ลูกค้ามาซื้อสินค้าผ่านเว็บนี้ และ Data พวกนี้จะมีมูลค่ามหาศาลในอนาคต พอเข้าใจใข่มะ ฮ่าๆ แล้วก็ เราได้มีโอกาสถามคำถามเขาหลายอย่าง รู้สึก blessed จริงๆ ก่อนกลับ เขาก็ให้ advice นึงกับเรา เขาบอกว่าสิ่งสำคัญมาก คือ ให้เรา "สร้าง connection ไว้เยอะๆ  เพราะมันจะทำให้เราทำอะไรได้ง่ายขึ้น และ ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น" พอพูดจบ เขาก็อวยพรเรารัวๆ::: I hope you become a successful businessman! Make Thailand proud! // ครับๆขอบคุณครับ thank you // จากนั้น เขาก็เดินไปขึ้นรถสปอร์ตเปิดประทุน Bentley ของเขา บรึ้นเครื่องยนต์เสียงเพราะกระหึ่ม 2 ที บรื้นน บรื้นนน แล้วขับออกไป…. ค่ตเท่ (*0*)

   
 

แวะพักทานอาหารกลางวันที่ร้าน Platform 1094 เป็นร้านที่ตกแต่งเป็นธีม Harry Potter ทั้งบรรยากาศภายในร้าน และ อาหาร! เมนูบางอย่างก็มีกิมมิคเจ๋งๆ เช่น มีควันออกมาจากแก้วน้ำ หรือ พอใส่ซินนาม่อนลงไปในเครื่องดื่มแล้วเป็นไฟลุก ขนมหวานก็มีตกแต่งเป็นรูปตัวละครจากใน Harry Potter น่ารักดี

  
 

กลับเข้าสู่โหมดซีเรียสกันต่อ บริษัทต่อไปที่เราจะไปศึกษาดูงาน คือ Schroder ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุน ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี ซึ่งครั้งนี้เราได้รับเกียรติจากพนักงานซึ่งเป็นคนไทย มาให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์การทำงานในบริษัทจัดการกองทุนแห่งนี้ให้เราฟัง โดยพี่เขาได้พาพวกเราไปเดินดูภายในออฟฟิศ (เห็นพนักงานทำงาน มีจอคอมคนละ 2-3 จอ ดูกราฟ เครียดกันน่าดู แต่ก็มีพนักงานบางคนหันมายิ้มให้) และพี่เขาก็ให้ข้อมูลต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานใน area นี้ เช่น เราไม่จำเป็นต้องจบ Finance โดยตรง ก็สามารถมาทำงานที่นี่ได้ นอกจากนั้น พี่เขาก็ได้เชิญ ผู้บริหารของบริษัท (บอสของพี่เขา) ผู้จัดการกองทุน และแม้กระทั่งเด็กฝึกงาน มาให้ข้อมูลกับพวกเรา ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ได้มีโอกาสถามคำถามหลายคำถามให้หายสงสัย ไม่ว่าคำถามจะดูฉลาดน้อยแค่ไหน พี่เขาก็ยินดีตอบ ฮ่าๆๆ เช่น ถามว่า เวลาบริษัทส่งพี่ไปทำงานต่างประเทศ พี่ได้นั่ง business class มั้ยครับ  พี่เขาตอบว่า นโยบายของบริษัทคือไฟล์ทต้องไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ฮ่าๆ

  

ตกเย็น พวกเราก็ไปที่ สวนจัดแสดงพันธุ์ไม้ Garden By The Bay กันต่อ และ ตบมื้อเย็นที่ DC Superheroes Cafe ซึ่งร้านตกแต่งเป็นธีมซุปเปอร์ฮีโร่ ค่าย DC ไม่ว่าจะเป็น แบทแมน ซุปเปอร์แมน เดอะแฟลช วอนเดอร์วูแมน ฯลฯ ขอบอกว่ากุ้งย่างที่นี่อร่อยมาก ราวกับว่าอควาแมนไปตกมาเอง

 

    


 

Day 3 :  FACEBOOK OFFICE

วันสุดท้ายแล้ว และ วันนี้ก็จะได้ไปสถานที่ที่เราอยากไปมากที่สุด ซึ่งก็คือ Facebook Office นั่นเองงง!

สาเหตุที่ทำให้เราตั้งใจทำภารกิจใน Afterklass จนชนะได้ ก็เพราะเราอยากมาดูงานที่บริษัทระดับโลกแบบนี้แหละ ต้องขอบคุณพี่สตาฟคนสวยที่มาบอกว่า คนชนะจะได้ไป Google Office ในวันนั้นที่ workshop  จึงทำให้เราได้มีโอกาสนี้ (จริงๆแพลนตอนแรกคือพาไป Google แต่เกิดปัญหานิดหน่อย เลยเปลี่ยนเป็น Facebook แทน ซึ่งก็น่าสนใจไม่แพ้กัน)

 

ออฟฟิศของ Facebook ที่สิงคโปร์นี้ เป็นศูนย์กลางของ Facebook ในภูมิภาคเอเชีย  ตั้งอยู่บนตึกสูง ที่มีหลายๆบริษัทใช้เป็นออฟฟิศร่วมกัน และต้องบอกเลยว่า บริษัท Facebook มีวัฒนธรรมองค์กรที่น่าสนใจและสร้างสรรค์มาก ตัวอย่างเช่น โต๊ะทำงานของพนังงานทุกคนจะเป็นโต๊ะแบบเดียวกัน ยาวเรียงกันไปเป็นแถวๆ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับสูงแค่ไหน ก็จะได้โต๊ะทำงานแบบเดียวกับพนักงานทั่วไป รวมถึงโต๊ะทำงานของ CEO Mark Zuckerberg ที่ LA ด้วยนะ  และสิ่งนึงที่สร้างสรรค์ที่นี่ก็คือ ห้องประชุม! โดยที่นี่จะมีห้องประชุมจำนวนมาก ไว้สำหรับ Co-working และแต่ละห้องก็จะมีชื่อที่ ไม่เหมือนกัน เช่น ห้องชื่อ Copy Room (ห้องถ่ายเอกสาร) , ห้อง By the Elevetor (ห้องข้างๆลิฟต์) และห้องที่โด่งดังที่สุดก็น่าจะเป็น ห้องชื่อ Meeting Canceled.. พนักงานใหม่ คงจะงงไม่ใช่หน่อย ถ้าโดนนัดประชุมห้องนี้ ฮ่าๆๆ

  

และสิ่งที่จะพูดถึงไม่ได้เลย คือ “สวัสดิการพนักงาน”  มันสุดยอดมากๆๆๆ อย่างแรก พนักงานที่นี้ จะได้รับอาหารฟรี ทั้ง 3 มื้อ ที่โรงอาหารภายในออฟฟิศ ซึ่งมีอาหารให้เลือกเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น อาหารนานาชาติ อาหารมังสวิรัติสำหรับสายสุขภาพ มีเครื่องดื่มมากมายให้หยิบฟรีได้เลยจากตู้ แม้แต่เวย์โปรตีน ก็ยังมีให้หยิบฟรี คนออกกำลังกายคงจะชอบมากเลย (เราหยิบมาขวดนึง555) และทีเด็ดสุดก็คือ ตู้กดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ เจลาโต กับท้อปปิ้งล้านแปดอย่าง และแม้กระทั่ง ตู้กดสเลอปี้555  นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารกลางวันพิเศษ ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ทำให้พนักงานไม่ต้องเสียเวลามากในการตัดสินใจว่าจะกินอะไรดี จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่า

 

พนักงานที่นี่ ไม่ได้ได้แค่อาหารฟรีหรอกนะ ยังมีอีกเยอะที่ฟรี55555 ตัวอย่างเช่น ในห้องน้ำ จะมีชั้นวางที่เต็มไปด้วยเครื่องใช้ต่างๆ เช่น แปรงสีฟัน ที่โกนหนวด น้ำยาบ้วนปาก ผ้าเช็ดตัว(มีห้องอาบน้ำ) และอื่นๆอีกมากมายที่หยิบไปใช้ที่บ้านได้เลยทันที  ได้ยินมาว่า ในห้องน้ำหญิงมีผ้าอนามัยแจกด้วยนะ *OMG* ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นของฟรีที่ธรรมดามากเลยนะ เมื่อเทียบกับของในตู้อัติโนมัติตู้นี้ ซึ่งมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ตั้งแต่ สายชาร์จ จนถึง Apple Keyboard and mouse ที่ราคาเหยียบหมื่น แต่ถูกวางในตู้อัติโนมัติ อย่างกับว่าเป็นกระป๋องน้ำอัดลม  แต่ทว่าตู้นี้ ต้องใช้บัตรพนักงานแตะก่อนนะ เพื่อที่จะได้บันทึกไว้และป้องกันคนกดเยอะๆไปขาย นอกจากนี้ สวัสดิการอื่นๆก็มี เช่น สนับสนุนค่าเดินทาง และค่าที่พักขณะย้ายมาอยู่สิงคโปร์ 3 เดือนแรก เห็นว่ามีคนไทยทำงานที่นี่อยู่ไม่น้อยเลยนะ พี่เขาเล่าให้ฟังว่า สัมภาษณ์งานเป็นเดือนๆถึงปีเลย ถ้าใครสนใจทำงานที่นี่ ก็ปูเส้นทางอาชีพตัวเองไว้ดีๆนะ (สำหรับเรา ได้เงินเดือนหมื่นห้าก็ยอม ถ้าได้ทำที่นี่ 55555)

วิวจากโรงอาหารของ Facebook Office  
 

ทิ้งท้ายด้วยเรื่องประทับใจเล็กๆน้อยๆกับกฏหมายและการพัฒนาของประเทศนี้  สิงคโปร์ค่อนข้างใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก มีแนวคิดที่ว่า สร้างเมืองในสวน ไม่ใช่สร้างสวนในเมือง และมีกฏหมายที่เข้มงวดมาก เช่น ห้ามตัดต้นไม้ ห้ามเด็ดดอกไม้ ห้ามทิ้งขยะไม่เป็นที่ หากฝ่าฝืน จะโดนบทลงโทษหนัก และอีกเรื่องที่ประทับใจคือ รัฐบาลสิงคโปร์ อนุญาติให้ผู้สูงอายุทำงาน หลังเกษียน จะเห็นได้บ่อยมาก เช่น ที่ร้านแมคโดนัลด์ โดยนโยบายนี้ สามารถช่วยแก้ปัญหาผู้สูงอายุรู้สึกโดดเดี่ยว และยังเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ลูกๆได้อีก

 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณพี่ๆทีมงาน Afterklass และ ธนาคารกสิกร ที่มอบโอกาสดีๆในการหาความรู้ ประสบการณ์ และให้ความสนุกกับพวกเรา หวังว่าจะได้นำประโยชน์ที่รับจากทริปนี้ ไปพัฒนาตัวเองและประเทศชาติให้เจริญต่อไปครับ  

ส่วนเพื่อนๆคนไหนที่อยากได้โอกาสดีๆ ไปเปิดประสบการณ์ที่ต่างประเทศแบบนี้ล่ะก็ ให้รีบเก็บ koin ตั้งใจทำภารกิจ และอัพเลเวลให้สููงๆนะ อย่าลืมว่า ยิ่งเลเวลสูง ยิ่งได้ pocket money เยอะ 555555 แล้วเจอกันในบทความหน้าจ้า

  • Tag

  • #สตาร์ทอัพ #ท่องเที่ยว #ความรู้รอบตัว #อาหาร #Biz Klass #Smart Klass #เทคโนโลยี #ลงทุน #เกม / การ์ตูน
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

อยากปายยย

Tankuna 25 เม.ย. 2562

อยากปายยย

Tankuna 25 เม.ย. 2562

เยี่ยม

SandeeR 11 เม.ย. 2562

ยกเลิก
ตกลง