AFTERKLASS

พี่ชิปปี้ 12 มี.ค. 2562

คิดนอกกรอบ เปิดมุมมองใหม่ กับ Design Thinking

 

เคยได้ยินมั้ยคะ เวลาทำธุรกิจอะไรแต่ละอย่าง คนก็ชอบบอกว่า อย่าหยุดพัฒนานะ พยายามมองหาปัญหา และปิดจุดอ่อนของตัวเอง สิ่งนั้นพูดง่าย แต่ตอนลงมือทำนี่สิยาก เพราะน้อยคนนักที่จะเข้าใจว่าการพัฒนาธุรกิจของตัวเองนั้นต้องทำยังไง หรือเริ่มต้นจากอะไร เราจะมองเห็นปัญหาได้ยังไง และพัฒนาไปในทิศทางไหนดี วันนี้พี่ชิปปี้เลยจะมาเผยเทคนิคการพิชิตอุปสรรค ผ่านกระบวนการคิดแบบ Design Thinking ไปดูกันดีกว่าว่าจะช่วยพัฒนาธุรกิจได้ยังไงบ้าง

 

Design Thinking คืออะไร

เจ้าตัว Design Thinking นี้เป็นกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ที่จะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ นั่นเอง โดยจะเน้นไปที่การแก้ปัญหาจริง ๆ จากสิ่งที่เราเจอ ส่องลึกลงไปถึงต้นตอและแก้อย่างตรงจุด โดยปัจจัยหลัก ๆ คือ

 

1. เข้าใจปัญหา

หลายคนทำธุรกิจแล้วเจอปัญหาว่า ลูกค้าไม่ยอมซื้อสินค้าหรือบริการเรา การแก้ปัญหานี้ด้วย Design Thinking จะไม่ให้เราเข้าไปถามลูกค้าตรง ๆ ว่าทำไมไม่ซื้อสินค้านี้นะ แต่ให้ใช้การสังเกตพฤติกรรมเอา หรือพูดคุยเปิดใจกับเค้าไปเรื่อย ๆ เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรซ่อนอยู่ ทำไมถึงไม่ซื้อหรือทำไมถึงซื้อสินค้านี้ เพื่อนำ Insight ของลูกค้า มาวิเคราะห์ ตีความ และแก้ปัญหาต่อไป

 

2. คิดหาไอเดียใหม่ ๆ

เมื่อรู้และเข้าใจปัญหาแล้ว จำไว้ว่าทางออกของปัญหาไม่ได้มีทางเดียวเสมอไป จากปัญหาที่เกิดขึ้นให้เรานึกวิธีแก้ไขปัญหาออกมาให้ได้มากที่สุด ต่อให้จะแปลกแค่ไหนก็ตาม อย่าตีกรอบความคิดตัวเองนะ เมื่อนึกได้แล้วให้จดใส่กระดาษไว้เป็นข้อ ๆ รับรองว่าหนึ่งในนั้นต้องมีไอเดียใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้งานและได้ผลจริงแน่นอน

 

3. ทดสอบและทำให้เกิดขึ้น

หลังจากได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้ว ทีนี้ก็ต้องทำให้เกิดขึ้นจริงด้วยนะ ไม่ใช่มีไอเดียแล้วจบไป โดยให้เริ่มจากการทำตัวต้นแบบ หรือ Prototype ขึ้นมาก่อน เพื่อทดสอบ Feedback ของลูกค้าว่าโอเคมั้ย ถ้าไม่โอเคก็ปรับเปลี่ยน พิสูจน์ไปเรื่อย ๆ เหมือนการทดลองวิทยาศาสตร์ ยิ่งเริ่มต้นได้เร็ว ยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จก่อนคนอื่น เป็นเทคนิคพิเศษที่เหล่า Startup เค้าใช้กันด้วย

 

การทำ Design Thinking ช่วยธุรกิจได้อย่างไรบ้าง

เพราะการคิดแบบ Design Thinking เป็นการคิดนอกกรอบที่มองถึงปัญหาที่แท้จริง ดังนั้นจึงทำให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ ที่น่าสนใจเยอะมาก นำไปสู่นวัตกรรมที่ใช้ได้ผลจริง ทำให้สินค้าและบริการในบริษัทสามารถพัฒนาขึ้นได้ มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และแตกต่างอย่างชัดเจน สามารถสร้างจุดเด่นให้ธุรกิจขนาดเล็กให้แข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ รวมถึงทำให้บริษัทเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า และมีโอกาสต่อยอดธุรกิจให้เติบโตมากกว่าที่เคย

 

องค์ประกอบทั้ง 5 เพื่อสร้าง Design Thinking ที่สมบูรณ์แบบ

Design Thinking จะสมบูรณ์แบบได้ ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และ 5 องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้เราคิด วิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปใช้พัฒนาธุรกิจได้จริงอย่างที่ต้องการ

1. Empathy: ทำความเข้าใจลูกค้า พยายามมองในมุมของลูกค้าว่ารู้สึกหรือคิดอะไรอยู่ เพื่อให้เราสามารถนำข้อมูลตรงนี้มาวางแผนแก้ปัญหาต่อไปได้

2. Define: นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และกำหนดให้ชัดเจนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร

3. Ideate: ระดมความคิดหรือไอเดียใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาขึ้นมาให้ได้มากที่สุด

4. Prototype: เริ่มทำให้ไอเดียที่คิด สามารถใช้งานได้จริง เช่น ตกลงแล้วว่าจะทำแอปพลิเคชันขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา เราควรมีตัวต้นแบบก่อน อาจวาดรูปลงกระดาษว่ามีการใช้งานยังไง แทนการสร้างแอปฯ ขึ้นมาจริง ๆ เพราะสุดท้ายแล้วถ้ามันไม่เวิร์ก จะได้ไม่เสียเงินไปเปล่า ๆ

5. Test: นำตัวต้นแบบไปทดสอบกับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายจริง ถ้ากระแสตอบรับไปในทิศทางที่ดี จะได้เริ่มผลิตสินค้าจริงเพื่อจำหน่ายเลย

 

Design Thinking อาจยังคงเป็นเรื่องที่ดูยุ่งยาก ซับซ้อนอยู่ จนกว่าน้อง ๆ จะได้ลงมือทำจริง ๆ แนะนำว่าให้ค่อย ๆ เริ่มต้นทำไปทีละขั้นตอน แล้วเราจะเห็นภาพมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วทั้ง 5 ข้อนี้จะนำไปสู่การพัฒนาขององค์กรและบริษัท รวมถึงธุรกิจเราอย่างแน่นอน

  • Tag

  • #Biz Klass #การตลาด #เจ้าของธุรกิจ
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#ความรู้รอบตัว#Play Klass#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ขอบคุณที่เอาข้อมูลมาแชร์กันนะคะ

Akn 2 พ.ค. 2562

พี่ชิปปี้ 15 เม.ย. 2562

น่าสนใจมาก

SandeeR 11 เม.ย. 2562

ยกเลิก
ตกลง