ยกเลิก
ตกลง
AFTERKLASS

Admin 24 มิ.ย. 2561

เส้นทางจากเด็กตจว. สู่คณะแพทยศาสตร์ที่หลายคนใฝ่ฝัน

 

เส้นทางจากเด็กตจว. สู่คณะแพทยศาสตร์ที่หลายคนใฝ่ฝัน

พี่แอดมินได้มีโอกาสเดินทางไปตึกธนาคารกสิกรไทย ราษฎร์บูรณะ เพื่อไปสัมภาษณ์น้องคนหนึ่งที่ ณ ตอนนั้นเรารู้แค่ว่า “เค้าได้คะแนน ONET วิชาคณิตศาสตร์ 100 คะแนนเต็ม” ซึ่งแน่นอนว่าชื่อเสียงเรียงนามนั้น ไม่รู้จักกันมาก่อนเลย พอถึงตึกกสิกรไทยปุ๊บ พี่ก็ได้เห็นน้องคนหนึ่งใส่ชุดนักเรียน กำลังให้ทีมงานถ่ายรูปเพื่อนำมาใช้ในบทสัมภาษณ์นี้ “สวัสดีครับ” น้องเค้ากล่าวทักทายพี่แอดมินอย่างเคอะเขิน (เจอกันครั้งแรกก็แบบนี้แหละครับ) จากนั้นเราก็เริ่มมาพูดคุยทำความรู้จักกันสักเล็กน้อยก่อนที่จะให้สัมภาษณ์เพื่อที่จะทำให้ทั้งคนสัมภาษณ์อย่างเรา และผู้ที่ถูกสัมภาษณ์รู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น เมื่อถึงเวลาสัมภาษณ์จริง เราทั้งคู่ก็พร้อมที่จะลุย พร้อมกับหย่อนตัวลงบนเก้าอี้…

 

แนะนำตัวกันหน่อย

“สวัสดีครับ ผมชื่อ วรพงศ์ กิตติอนงค์ ชื่อเล่นว่า โอ เป็นคนจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาจากโรงเรียนศรัทธาสมุทร และกำลังเตรียมตัวเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ”

 

 

 

เรียนอย่างไรให้เก่งและมีความสุข

“แต่ละช่วงก็จัดตารางไม่เหมือนกันนะครับ ช่วง ม.4-5 ก็จะเรียนด้วย ทำกิจกรรมด้วย แต่มีการจัดตารางการอ่านหนังสือทุกครั้ง เพื่อกำหนดตัวเองว่าเราจะศึกษาวิชาอะไรเพิ่มเติมบ้าง ช่วงนี้ผมจะเปลี่ยนตารางทุกสัปดาห์เพื่อไม่ให้เกิดความน่าเบื่อ ส่วนช่วงใกล้สอบหรือช่วง Admission ผมจะเซ็ตตารางเดิมตลอด 2-3 เดือนก่อนสอบ แต่พอใกล้สอบเข้ามาอีก ก็จะเปลี่ยนไปตามที่เรามองว่า เรามีจุดอ่อนในวิชานี้ ก็จะอัดวิชาที่เราไม่ถนัดเพิ่มแทนที่วิชาที่เรามั่นใจแล้ว”

“ผมว่าผมเป็นคนที่ใช้เวลาในการอ่านคุ้มมากครับ เพราะในขณะที่เบรกระหว่างเปลี่ยนคาบวิชาสอน ผมก็ทบทวนบทเรียนต่อ แต่เวลาแบบนี้ผมไม่สามารถนำวิชาที่มีการคำนวณมาทบทวนได้ ด้วยระยะเวลาที่สั้น เลยเน้นวิชาที่ท่องจำ ส่วนตอนเย็นผมก็จัดตารางแต่ละวันอ่าน 2 วิชา วิชาละ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนรู้สึกเครียดมากๆ ผมก็จะยกวิชาที่จะต้องอ่านนั้นไปไว้ในวันถัดไป เปลี่ยนเป็นมาตีแบดคลายเครียดแทน”

 

 

เทคนิคสำคัญช่วงเวลาก่อนสอบ

“เดือนที่มีสอบเก็บคะแนนสำหรับ Admission เป็นช่วงที่เราจะต้องเจอกับการสอบแบบคอมโบเลยครับ เดือนนั้นคือมีสอบทุกวันเสาร์เลย ทั้ง GAT-PAT, ONET, ความถนัดแพทย์ และ 9 วิชาสามัญ โดยผมจะไปอ่านทบทวนและทำโจทย์ข้อสอบที่ดูยากกว่าเช่น GAT-PAT กับ 9 วิชาสามัญ เพราะผมมองว่าถ้าเราทำของยากได้ ของง่ายมันก็จะยิ่งง่ายและย่นระยะในการทบทวนอีกด้วย แต่ก็ไม่ลืมที่จะฝึกทำข้อสอบเก่าของแต่ละข้อสอบด้วย เหมือนเป็นการเตรียมพร้อมก่อนเข้าสนามสอบครับ แต่ยังไม่หมดเท่านี้ครับ เพราะผมนำข้อสอบเก่ามาลองทำแล้ว ผมมีจับเวลาตามตารางสอบด้วย เพื่อที่จะได้รู้ตัวเองว่าเราทำวิชาไหนทันหรือไม่ทันบ้าง เราจะได้รู้ว่าควรปรับตรงจุดไหน เพื่อทำให้ทันครับ”

 

ONET วิชาคณิตศาสตร์ 100 คะแนนเต็ม

“เอาจริง ๆ ผมตั้งเป้าหมายไว้ที่ 90 คะแนนขึ้นนะครับ ส่วนหนึ่งคือหลายคนฝากความหวังว่าอยากให้ทำให้ได้ เพราะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนด้วย และยิ่งเราทำได้ 100 คะแนนเต็ม มันยิ่งรู้สึกดีกว่าที่เราตั้งเป้าไว้ ผมมองว่าวิชาคณิตศาสตร์ เวลาทำโจทย์จะรู้สึกท้าทาย เราจะอยากทำให้ได้ คือถ้าเจอข้อสอบยาก ๆ ผมก็มีคุยกับข้อสอบเหมือนกันนะ #ฮา เพราะถ้าทำไม่ได้ เราจะรู้สึกว่ามีอะไรคาใจเรา วิชานี้สอนให้ผมรู้จักคิดให้รอบคอบขึ้น ได้เห็นแง่มุมหลาย ๆ แง่มุม สิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมรู้สึกสนุกกับวิชาคณิตศาสตร์ครับ”

 

 

อยากเรียนแพทย์เพราะอาม่า

“อาม่าผมมีหลานทั้งหมด 12 คน (รวมน้องโอด้วย) ซึ่งเราเป็นหลานคนสุดท้าย อาม่าเค้าอยากให้มีใครสักคนเรียนแพทย์สักคนหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมานั้นไม่มีใครเรียนแพทยศาสตร์เลย แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทำให้เราเริ่มศึกษาเกี่ยวกับแพทยศาสตร์ มีไป Open House ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อที่จะทำให้เราได้รู้ว่าเราชอบคณะนี้จริง ๆ หรือเปล่า สุดท้ายแล้วผมก็แฮปปี้ที่จะเรียนแพทยศาสตร์ ก็เลยมุ่งเป้ามาที่คณะนี้ครับ”

“ถึงเราจะตั้งเป้าไว้ที่คณะแพทยศาสตร์ แต่เราก็เตรียมตัวแผนสอง แผนสามไว้เผื่อไม่ได้คณะตามที่ต้องการ โดยเล็งคณะครุศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์เผื่อไว้ด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายผมก็ได้โควต้าของจังหวัดจากโครงการผลิตแพทย์เพื่อชนบทเพื่อเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ มันเหมือนกับเป็นรางวัลจากความพยายามที่ผ่านมาของผม ซึ่งเป็นสิ่งที่ภูมิใจมาก ๆ ครับ”

 

ชีวิตดีๆ ต้องมีบาลานซ์

 “บางคนโฟกัสเรื่องเรียนอย่างเดียวจนลืมทำกิจกรรมอื่น ๆ ไป ซึ่งที่จริงแล้วผมมองว่ามันสามารถพัฒนาทั้งวิชาการและกิจกรรมไปพร้อม ๆ กันได้ เพียงแต่ว่าต้องจัดตารางเวลาให้เหมาะสม สมมติว่าช่วงใกล้สอบก็ลดเรื่องกิจกรรมไปบ้าง แต่ถ้าช่วงเวลาปกติที่เราใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปก็มีทำกิจกรรมบ้าง เพราะผมมองว่าการทำกิจกรรมมันทำให้เราเรียนรู้เรื่องการทำงานกับผู้อื่น แถมทำให้เราไม่เครียดกับวิชาการจนเกินไป ซึ่งผมเคยทั้งเป็นนักกีฬาแบดมินตันประเภททีมไปแข่งระดับประเทศ หรือแม้กระทั่งเป็นไกด์ของโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ มูลนิธิชัยพัฒนา สิ่งเหล่านี้มันทำให้ผมมีทักษะในเรื่องของการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ทักษะกีฬาและแน่นอน ทักษะภาษาอังกฤษที่ผมต้องเป็นไกด์นำเที่ยวที่อัมพวาครับ”

 

การสัมภาษณ์ก็ได้จบลงตรงนี้ แต่พี่เชื่อว่าความฝันและการไปสู่จุดมุ่งหมายของน้องโอไม่ได้จบลงเหมือนบทสัมภาษณ์แน่นอน แล้วน้อง ๆ ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้หรือยัง? พี่เชื่อว่าถ้าได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ รับรองได้ว่าน้อง ๆ จะได้แรงบันดาลใจบางอย่างจากน้องโอมาต่อยอดความฝันของตัวเอง พี่เชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้ถ้าใช้ความพยายามมากพอนั่นเองครับ

  • Tag

  • #เรียนต่อ #แอดมิชชั่น #Smart Klass
  • Tag ยอดฮิตติดใจ

  • #Biz Klass#Smart Klass#Play Klass#ความรู้รอบตัว#เจ้าของธุรกิจ

ความคิดเห็นของเพื่อนๆ

ขอบคุณค่ะ

Benzvn 11 ก.ย. 2561

@AkkharaKhunpan แจ่มแบบนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อน ๆ ดูน้าา

Admin 20 ก.ค. 2561

แจ่มม

KHUNPANN 19 ก.ค. 2561

@พลอยไพลิน บอกเลยว่าเฉียบครับ

Admin 18 ก.ค. 2561

สุดยอม

พลอยไพลิน 13 ก.ค. 2561

เท่าที่พี่ไปสัมภาษณ์น้องโอมา บอกเลยว่ามีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะเลย พี่เชื่อว่าน้อง ๆ จะได้แง่คิดดี ๆ กลับไปแน่นอน แถมทริคการเรียนของน้องโอเชื่อว่าใคร ๆ ก็ทำได้จ้าา

Admin 4 ก.ค. 2561

แสดงความเห็นทั้งหมด